Harry Potter and the Order of the Phoenix

ผู้เขียน : เจเค โรว์ลิ่ง
ชื่อตอนภาษาไทย : แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟินิกซ์
ศิลปินผู้วาดหน้าปก : แมรี่ กรองด์เปร (ปกอเมริกา), คลิฟฟ์ ไรท์ (ปกอังกฤษ)
ผู้แปลฉบับภาษาไทย : คุณสุมาลี
สถิติของฉบับอเมริกา : 38 บท 870 หน้า
สถิติของฉบับภาษาไทย : 38 บท 1,047 หน้า
ชื่อย่อ : OotP

เนื้อเรื่องย่อ

แฮร์รี่ พอตเตอร์ ในวัยสิบห้าปีกำลังพลุ่งพล่านที่ไม่ได้ข่าวคราวจากโลกเวทมนตร์ตลอดช่วงปิดเทอม เขาเลยระบายอารมณ์โดยการหาเรื่องกับดัดลีย์ ขณะที่ทั้งสองกำลังทะเลาะกัน ผู้คุมวิญญาณสองตนก็เข้ามาจู่โจมจนดัดลีย์เกือบได้รับจุมพิตถ้าแฮร์รี่ไม่ช่วยไว้เสียก่อน เหตุการณ์นี้ทำให้แฮร์รี่ได้รับจดหมายจากกระทรวงเวทมนตร์แจ้งว่า เขาจะต้องถูกสอบสวนข้อหาใช้เวทมนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถูกไล่ออกจากโรงเรียนและหักไม้กายสิทธิ์!

ลูปิน มูดดี้ และพ่อมดแม่มดอีกจำนวนหนึ่งมาพาตัวแฮร์รี่ไปยังสำนักงานใหญ่ของ “ภาคีนกฟีนิกซ์” แฮร์รี่ได้รู้ความจริงว่าโวลเดอมอร์คืนชีพแล้ว แต่กระทรวงเวทมนตร์พยายามปิดข่าวเพราะกลัวดัมเบิลดอร์จะสมัครพรรคพวกมาแข่งอำนาจ ดัมเบิลดอร์ถูกยึดเหรียญตรา และถูกถอดถอนจากตำแหน่งต่าง ๆ มีเพียงตำแหน่งเดียวที่เขาไม่ยอมละทิ้งคือ อาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์ ดัมเบิลดอร์ช่วยให้แฮร์รี่พ้นโทษและได้กลับมาเรียน

แฮร์รี่ ต้องแปลกใจเมื่อได้รู้ว่ารอนกับเฮอร์ไมโอนี่ได้เป็นพรีเฟ็ค แต่เขาอด! แถมกระทรวงเวทมนตร์ยังพยายามแทรกแซงกิจการของโรงเรียน ที่เห็นได้ชัดคือส่งโดโรเรส อัมบริดจ์ เลขานุการของรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์มาเป็นอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์ มืดคนใหม่ และอัมบริดจ์นี่แหละที่ตั้งป้อมเป็นศัตรูกับดัมเบิลดอร์และแฮร์รี่

มีเหตุการณ์ประหลาดทำให้แฮร์รี่สงสัยว่าตัวเองกำลังใกล้ชิดโวลเดอมอร์เข้าไปทุกที กลลวงต่าง ๆ ของกลุ่มผู้เสพความตายที่แทรกซึมไปในทุก ๆ ที่ทำให้ “ภาคีนกฟีนิกซ์” ระส่ำระสาย แฮร์รี่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด และต้องสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รัก ขณะเดียวกัน ความลับหลายอย่างของโวลเดอมอร์ก็ถูกเปิดเผย

จุดผิดพลาดของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟีนิกซ์ (ขอบคุณ Mugglenet สำหรับข้อมูล และ Lumos สำหรับคำแปล)

– ในบทที่สิบเก้า สิงห์ประจันงู หน้า 493 หนังสือบรรยายว่า ก่อนเริ่มการแข่งขันควิดดิชนัดแรกระหว่างบ้าน กริฟฟินดอร์กับบ้านสลิธีลิน แฮร์รี่รู้สึกว่าทัศนวิสัยในการแข่งครั้งนี้ดีเยี่ยมและไม่มีปัญหาเรื่องแสงแดดส่องเข้าตา แต่ในหน้าถัดมากลับบรรยายว่า “ทั้งทีมทีมลุกขึ้นยืน พาดไม้กวาดไว้บนบ่า แล้วเดินเรียงแถวกันออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เข้าไปสู่แสงแดดที่สว่างจนบาดตา…”

– ในเล่มที่ผ่านๆมาได้กล่าวอย่างชัดเจนแล้วว่า นักเรียนปีสามขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถจะไปเที่ยวหมู่บ้าน ฮอกมี้ดส์ได้ในช่วงวันหยุด แต่ในการประชุม ก.ด. ครั้งแรกที่ร้านหัวหมู “เดนนิส ครีฟวีย์” ซึ่งเป็นนักเรียนปีสอง กลับสามารถไปเข้าร่วมประชุมได้ (ใครที่ไม่เชื่อว่า เดนนิส เป็นนักเรียนชั้นปีที่สอง สามารถเปิดหนังสือเล่มสี่ หน้า 209 และ 210 ในตอนที่พี่ชายของเขาคอลิน ครีฟวีย์เรียกเดนนิสให้มองดูแฮร์รี่)

– หลังจากที่แฮร์รี่ลงจากรถไฟสายด่วนฮอกวอสต์ และกำลังจะขึ้นรถม้าต่อไปยังปราสาทนั้น เขาสามารถมองเห็นเธสตอลได้ และต่อมาภายในเล่ม เราก็ได้รู้ว่าผู้ที่สามารถจะเห็นมันได้นั้นต้องเคยเห็นความตายมาก่อน ซึ่งอันที่จริงแฮร์รี่เองนั้นก็เคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ในตอนที่พ่อกับแม่ของเขาถูกฆ่าต่อหน้า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนเซดริกตาย ดังนั้นทำไมในปีก่อนหน้านั้น (ปีหนึ่ง สอง สาม และ สี่) แฮร์รี่ถึงไม่สามารถเห็นเธสตอลได้

คำชี้แจงจาก เจ.เค. : คุณจะไม่สามารถมองเห็นมันได้ เสียแต่ว่าภาพของความตายจะฝังรากลึกลงไปในจิตใจของคุณ

– จากบทที่สิบเจ็ด หน้า 755 ตอนที่มัลฟอยกำลังจะหักคะแนนจากกริฟฟินดอร์และฮัฟเฟิลพัฟ หลังจากที่ได้รับตำแหน่งเป็น “หน่วยสอบสวน” เออร์นี่ มักมิลลันซึ่งเป็นพรีเฟ็คของฮัฟเฟิลพัฟ กล่าวแย้งมัลฟอยว่า “มีแต่อาจารย์เท่านั้นที่จะหักคะแนนจากบ้านต่างๆได้ มัลฟอย” แต่ในหนังสือเล่ม 2 บทที่เก้า หน้า 193-194 ในจังหวะที่แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ออกมาจากห้องน้ำของเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ เพอร์ซี่ในตอนนั้นเป็นพรีเฟ็คเดินตรวจมาพบและหักคะแนน 5 คะแนนจากกริฟฟินดอร์

– มีข้อผิดพลาดในการวาดรูปประจำบทที่สามสิบแปด สงครามครั้งที่สองเริ่มต้น — นิมฟาดอร่า ท็องส์ สวมเสื้อ วง “The Weird Sisters” จากภาพ คุณจะไม่ได้เห็นคำทั้งหมดบนตัวเสื้อ แต่คุณจะเห็นเพียงแค่ “e r d” ซึ่งเป็นของคำว่า “weird” ตรงบรรทัดบน ซึ่งตกตัว “i ” ไป

– จากบทที่หก หน้า 158 นายวีสลีย์ตอบแฮร์รี่ว่า “เขามาเมื่อคืนนี้ ตอนเธอขึ้นไปนอนแล้ว” “…ความคิดที่ว่าดัมเบิลดอร์มาที่บ้านหลังนี้คืนก่อนการพิจารณาคดีของเขา และไม่ขอพบแฮร์รี่นั้น ทำให้แฮร์รี่รู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม ถ้านั่นจะเป็นไปได้” แต่ถ้าอ่านจับใจความดีๆจะรู้ว่า ดัมเบิลดอร์ไม่ได้มาก่อนคืนวันพิจารณาคดี แต่เป็นคืนวานซืนก่อนการพิจารณาคดีต่างหาก

คำอธิบายที่เป็นไปได้ : อาจจะเป็นไปได้ว่า ดัมเบิลดอร์มาหลังตอนเที่ยงคืนไปแล้ว ซึ่งจะถือว่าเป็นวันก่อนหน้าการพิจารณาคดี อีกทั้งเราทราบกันดีว่าในคืนที่กล่าวถึงนั้น ตัวแฮร์รี่เองก็นอนไม่ค่อยหลับและอาจจะหลับตอนเลยหลังเที่ยงคืนมาก็เป็นไปได้

– จากเล่มหนึ่ง แฮกริดเคยกล่าวไว้ว่า พ่อกับแม่ของแฮร์รี่ในอดีตนั้น เป็นหัวหน้านักเรียนชายหญิงที่เก่งที่สุดของฮอกวอสต์ที่เคยมีมา แต่ในเล่มห้า กลับกล่าวว่า เจมส์ พอตเตอร์ในอดีตไม่เคยเป็นพรีเฟ็ค

คำชี้แจงจาก เจ.เค. : คุณไม่จำเป็นต้องเป็นพรีเฟ็คหรอก ถึงจะได้เป็นหัวหน้านักเรียน

– ในหนังสือเล่มห้า บทที่เก้า ความทุกข์ใจของนางวีสลีย์ หน้า 206 จอรจ์กล่าวว่า “คนหนึ่งถูกไล่ออก อีกคนตาย อีกคนความจำหายไปหมด และอีกคนถูกขังไว้ในหีบตั้งเก้าเดือน” ทั้งหมดที่เขากล่าวมานั้นอ้างอิงถึง ควีเรลล์ซึ่งตาย, ล็อกฮารต์ผู้ซึ่งความทรงจำเสื่อมหาย, มู้ดดี้ผู้ซึ่งถูกขังไว้ในหีบ แต่ลูปินไม่ได้ถูกไล่ออกจามที่จอรจ์กล่าว เขาลาออกต่างหาก

– ขณะที่แฮร์รี่กำลังปรึกษากับศาสตราจารย์มักกอนนากัล เกี่ยวกับการแนะนำเรื่องอาชีพในอนาคตของเขาซึ่งเลือกที่จะเป็นมือปราบมาร ศาสตราจารย์กล่าวว่า “อันที่จริง ฉันไม่คิดว่ามีใครได้รับเลือกเข้าไปทำงานเลยในช่วงสามปีที่ผ่านมานี้” แต่ในตอนต้นๆของเรื่อง (หน้า 77) ท็องส์เคยกล่าวไว้ว่า “…ฉันเพิ่งสอบผ่านได้เป็นเมื่อปีที่แล้วเอง…”

คำอธิบายที่เป็นไปได้ : ศาสตราจารย์ มักกอนนากัลคงจะไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครจบเป็นมือปราบ – มารมาเลยในช่วงสามปี แต่น่าจะหมายความว่าไม่มีใครถูกคัดเลือกให้เข้ารับการฝึกฝนก่อนการเป็นมือ ปราบมารเลยในสามปีที่ผ่านมามากกว่า เพราะศาสตราจารย์มักกอนนากัลกล่าวต่อหลังจากนั้นว่าการ เข้าฝึกเป็นมือปราบมารนั้นต้องใช้เวลาอีกสามปี ซึ่งสรุปได้ว่าท็องส์นั้นเข้ารับการฝึกฝนเป็นมือปราบมารสี่ปีมาแล้ว

ในบทที่ยี่สิบแปด หน้า 756 มัลฟอยในฐานะเป็น “หน่วยสอบสวน” ได้หักคะแนนจากรอนผู้ซึ่งไม่ได้ยัดเสื้อเข้าใส่ในกางเกง แต่ในช่วงนั้นพวกเขากำลังอยู่ในเวลาก่อนเข้าชั้นเรียน ดั้งนั้นรอนน่าจะใส่เสื้อคลุม ไม่ใช่เสื้อเชิ้ต

คำอธิบายที่เป็นไปได้ : มัลฟอยคงจะหมายถึง เสื้อเชิ้ตที่อยู่ข้างในเสื้อคลุมอีกที

– ในหนังสือ ฉบับ UKหน้า และ U.S. พิมพ์ครั้งแรก บทที่ 9 ความทุกข์ใจของนางวีสลีย์ (U.K. หน้า 151 และ ของ U.S.หน้า 166) ตรงวรรคที่ว่า “He pretended to be rummaging for something while Hermione crossed to the wardrobe and called Hedwig down. A few moments passed; Harry heard the door close but remained bent double, listening…He straightened up and looked behind him. Hermione and Hedwig had gone. Harry hurried across the room, closed the door… ”ความจริงแล้วประตูมันน่าจะปิดตั้งแต่เฮอร์ไมโอนี่ออกไปแล้ว เพราะแฮร์รี่ได้ยินเสียงประตูปิด (ในฉบับภาษาไทยได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว)

– ในบทที่ยี่สิบสาม หน้า 612 แฮร์รี่กล่าวว่า “ ด็อบบี้ทำได้ มันทิ้งบ้านของมัลฟอยมาเตือนผมเมื่อสองปีก่อนครับ มันต้องลงโทษตัวเองหลังจากนั้น แต่มันทำได้” แต่อย่าลืมว่าในตอนที่เขาพูดนี้ คือ เล่ม 5 ซึ่งเขาเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในหนังสือเล่มสอง ดังนั้นไม่ควรจะเป็นสองปี แต่ควรจะเป็นสามปีมากกว่า

– ในเล่มสาม หลังจากที่เนวิลล์ทำกระดาษจดรหัสผ่านเข้าหอกริฟฟินส์ดอร์หายและซีเรียสเก็บได้ ทำให้ตัวเขานั้นถูกลงโทษ โดยการไม่ให้ไปเทียวหมู่บ้านฮอกมีสด์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ในเล่มห้า บทที่สิบหก หน้า 416 เราพบเนวิลล์ในการประชุม ก.ด. ครั้งแรกที่ร้านหัวหมู

คำอธิบายที่เป็นไปได้ : เนวิลล์อาจจะถูกห้ามไม่ให้ไปแค่ในปีนั้น

– เรารู้จากเล่มห้าว่า นักเรียนชั้นปีที่ห้าได้รับอนุญาตให้ออกมาที่ระเบียงทางเดินได้ จนกระทั่งสามทุ่มตรง แต่ถัดมาในหน้า 135 ในตอนที่อัมบริดจ์กำลังจะมายังห้องต้องประสงค์ “แฮร์รี่ได้ยินเสียงพวกเขาวิ่งห้อไปตามระเบียงทางเดิน และหวังว่าทุกคนคงมีสติพอที่จะไม่พยายามตรงดิ่งกลับไปที่หอนอนทันที นี่แค่สองทุ่มห้าสิบนาทีเท่านั้น ถ้าพวกเขาไปหลบซ่อนที่ห้องสมุดหรือโรงนกฮูก ทั้งสองที่นี้อยู่ใกล้กว่า – ” แต่อย่าลืมว่า สมาชิก ก.ด. นั้นไม่ได้อยู่ปีห้าทุกคน เช่น ลูน่า เลิฟกู๊ด, จินนี่ วีสลีย์ และคนอื่นๆซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาเดินตามระเบียงตามเวลาดังกล่าว จะต้องรีบตรงกลับไปยังหอนอนทันที

– ในบทที่สิบเอ็ด บทเพลงใหม่ของหมวกคัดสรร เนื้อเพลงตอนที่หมวกร้องว่า…

“สลิธีรินคัดสรรแต่เลือดสะอาด
มีเล่ห์เหลี่ยมเปรื่องปราดกว่าสหาย
พวกนักเรียนเหล่านี้ล้วนละม้าย
คลึงคล้ายอาจารย์ชายผู้สอนตน”

แต่ในความเป็นจริงแล้วลอรด์ โวลเดอมอร์ หรือ ทอม มาร์โวโล่ ริด เดิล นั้นเป็นลูกที่เกิดมาจากพ่อซึ่ง เป็นมักเกิลกับแม่ซึ่งเป็นแม่มด ดังนั้นโวลเดอมอร์จึงไม่ใช่พ่อมดเลือดบริสุทธิ์ตามคุณสมบัติที่กล่าวมาของสลิธีริน

คำอธิบายที่เป็นไปได้ : ในบทเพลงนั้น คำว่า “คัดสรร” ผู้แต่งใช้คำว่า “took” ซึ่งตามหลักไวยากรณ์อังกฤษจะเป็น Past Tense ซึ่งมีหมายความเป็น อดีต แสดงว่าบ้านนี้เคยคัดเลือกแต่นักเรียนเลือดบริสุทธิ์ แต่ในเวลาต่อมาเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์ลดน้อยลงและพวกเลือดผสมมีมากขึ้น สลิธีรินคงจะยอมคัดเลือกนักเรียนผู้ซึ่งเป็นเลือดผสมเข้ามา เช่น ทอม ริดเดิล ก็เป็นไปได้

– ในบทที่หก หน้า 155 ย่อหน้าล่างสุด “เสนปอาจจะพูดถึงงานของพวกเขาว่า “การทำความสะอาดบ้าน” แต่แฮร์รี่คิดว่าที่จริงพวกเขากำลังทำสงครามกับบ้านอยู่แท้ๆ…” มันควรจะเป็นซีเรียสไม่ใช่หรือที่เป็นคนพูด?

คำอธิบายที่เป็นไปได้ : ในบทที่ห้า หน้า 114 ซีเรียสกล่าวว่า“ฟังรายงานของเสนป ต้องทนฟังคำถากถางเป็นนัยๆว่าเขาอยู่ข้างนอกเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ในขณะที่ฉันนั่งทับก้นอยู่ที่นี่มีชีวิตแสนสะดวกสบาย – แล้วก็ถามฉันว่าทำความสะอาดไปถึงไหนแล้ว”

– มีการพิมพ์ผิดซึ่งพบเฉพาะในหนังสือฉบับ U.K.พิมพ์ครั้งแรก หน้า 480 ในตอนที่แฮร์รี่กำลังอ่านข่าวจากเดลี่ พรอเฟ็ตเกี่ยวกับเหล่าพ่อมดที่แหกคุกอัซคาบันออกมา มีชื่อของ Algernon Rookwood ซึ่งหนังสือบรรยายว่า มีความผิดฐานเปิดเผยความลับของกระทรวงเวทย์มนต์ ให้แก่คนที่ไม่ควรเอ่ยนาม แต่จากเล่ม 4 หนังสือบรรยายไว้ว่า “”Rookwood? said Crouch, nodding to a witch sitting in front of him, who began scribbling upon her piece of parchment. Augustus Rookwood of the Department of Mysteries?”

– จากบทที่ยี่สิบเจ็ด หน้า 742 “ “โอ้โฮ” ฟัดจ์ร้อง โยกตัวขึ้นลงบนปลายเท้าอีกแล้ว “ใช่แล้ว มาฟังกันซิ เรื่องโกหกเอาตัวรอดล่าสุดที่แต่งเพื่อฉุดพอตเตอร์ออกจากหล่ม! เอาเลย พูดเลย ดัมเบิลดอร์ พูดสิ วิลลี่ วิดเดอร์ชินส์โกหกใช่ไหมล่ะ หรือว่าที่ร้านหัวหมูวันนั้นคือเด็กแฝดที่เหมือนกันเปี๊ยบของพอตเตอร์ หรือว่ามีคำอธิบายที่แสนธรรมดาเกี่ยวกับการย้อนเวลา คนตายกลับฟื้น แล้วก็ผู้คุมวิญญาณสองตนที่ไม่มีใครเห็นได้” ” ฟัดจ์ไม่เคยรู้มาก่อนว่า แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ได้ใช้เครื่องย้อนเวลากลับไปช่วยซีเรียสและบัคบีค

ถ้าเจ.เค. ชี้แจงว่า “คุณจะไม่สามารถมองเห็นมันได้ จนกว่าภาพของความตายจะฝังรากลึกลงในจิตใจของคุณ” แต่ทำไมในตอนปลายเล่ม 4 หน้า 818 กับ 819 กลับบรรยายว่า “เฮอร์ไมโอนี่เบือนหน้าไปยิ้มให้กับรถม้าวิเศษ ซึ่งบัดนี้กำลังเคลื่อนขึ้นมาตามถนนทางเข้าและตรงมาหาพวกเขา…” แสดงว่าทั้งสามต้องเห็นรถม้า แล้วทำไมแฮร์รี่ถึงไม่สังเกตเห็นเทรสตอลล่ะ

– ในการสอบ ว.พ.ร.ส. ภาคปฏิบัติ หน้า 860 “…อย่างน้อยเขาก็สามารถเสกอิกัวนาให้หายไปได้ทั้งตัว ในขณะที่แฮนนาห์ อับบอตผู้น่าสงสารที่อยู่โต๊ะข้างๆเกิดเสียขวัญขึ้นมาเต็มที่ และทำอย่างไรไม่รู้เพิ่มจำนวนตัวเฟเร็ตขึ้นกลายเป็นฝูงนกฟลามิงโกไปเลย…” ความจริงแล้วตามธรรมเนียมของชาวอังกฤษจะขานชื่อเรียงตามตัวอักษรข้างหลัง แล้วทำไม อับบอต กับ พอตเตอร์ ถึงมาอยู่ใกล้กันได้ละ

– อย่างที่พวกเราได้ทราบจากเล่มก่อนๆว่า ว.พ.ร.ส. (วิชาพ่อมดระดับสามัญ) จะสอบในช่วงชั้นปีที่ห้า ส่วน ส.พ.บ.ส. (การสอบวัดความรู้พ่อมดเบ็ดเสร็จ) จะสอบในช่วงชั้นปี 7 แต่จากหน้า 283 รอนกล่าวว่า “ต้องยากแน่ละจริงไหม ว.พ.ร.ส. น่ะสำคัญมากนะ จะมีผลต่องานต่างๆที่นายจะสมัครได้แล้วก็ทุกอย่างเลย เราจะได้คำแนะนำเรื่องอาชีพด้วย ปลายๆปีนี้แหละ บิลบอกฉันน่ะ เราจะได้เลือกได้ว่าต้องลงวิชา ส.พ.บ.ส. อะไรบ้างในปีหน้า” แต่ในปีหน้าพวกเขาจะขึ้นปีหกที่ฮอกวอสต์ ไม่ใช่ปีเจ็ด ดังนั้นพวกเขาไม่สามารถที่จะเลือกลงสอบ ส.พ.บ.ส. ได้

คำอธิบายที่เป็นไปได้ : น่าจะหมายความว่าแฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่ รอนเลือกลงเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมในวิชาที่จะนำไปสอบใน ส.พ.บ.ส. แต่ไม่ใช่เลือกที่จะไปสอบ

– ในวันต่อมา หลังจากที่ดัมเบิลดอร์หนีไป ทั่วทั้งโรงเรียนรู้กันทั่วว่าดัมเบิลดอร์เอาชนะมือปราบมารสองคน เจ้าพนักงานสอบสวนใหญ่ รัฐมนตรีกระทรวงเวทย์มนต์และรองผู้ช่วยของเขา ได้อย่างไร แต่ความเป็นจริงแล้ว เพอร์ซี่ วีสลีย์ได้ออกจากห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ไปก่อนหน้านั้น เพื่อที่จะส่งนกฮูกถึงเดลี่พรอเฟ็ต ดังนั้นไม่ควรจะมี รองผู้ช่วย ร่วมอยู่ด้วย

คำอธิบายที่เป็นไปได้ : มันเป็นเพียงแค่ข่าวลือเพราะคนภายนอกไม่มีใครเห็นเหตุการณ์นั้น ดังนั้นข่าวลือย่อมเป็นข่าวลือซึ่งถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

– รูปแฮร์รี่บนปกฉบับ U.S. และของประเทศไทย กำลังถือไม้กายสิทธิ์ในมือซ้าย แต่ความเป็นจริงแล้ว แฮร์รี่เป็นคนถนัดมือขวา

– ในการสอบดาราศาสตร์ภาคปฏิบัติ แฮร์รี่ได้ลงตำแหน่งดาวไถบนแผนที่ของเขา ในความเป็นจริงตามเส้นรุ้ง (ละติจูด) ของประเทศอังกฤษ กลุ่มดาวไถจะปรากฏเฉพาะช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกาคมถึงเดือนมีนาคม แต่ในช่วงที่กำลังสอบนั้นอยู่ในเดือนมิถุนายน

– จากบทที่เจ็ด หมวกคัดสรร ในหนังสือเล่มแรก “เพริกส์ แชลลี่ – แอน” ถูกคัดสรรเข้าบ้านก่อนหน้าแฮร์รี่ แต่ทำไมในเล่มห้าหน้า 859 เรากลับไม่พบเจอถูกเรียกตัวให้ไปสอบ ว.พ.ร.ส.

คำอธิบายที่เป็นไปได้ : เธออาจจะลาออกจากโรงเรียนไปก่อนหน้านั้นในหนังสือเล่ม 1 – 5

– จากบทที่ห้า ภาคีนกฟีนิกซ์ ย่อหน้าที่ห้า “ “แล้วตานี้นะ” มันดังกัสเล่าพลางสำลัก น้ำตาลงมาอาบแก้ม “แล้ว ตานี้นะ ถ้าพวกเธอเชื่อละก็ เค้าก็พูดกะชั้น เค้าพูดว่า ‘นี่ดังแกไปเอาไอ้คางคกนี่มาจากไหนกันวะ เพราะว่าไอ้เปรตลูกบลัดเจอร์คนหนึ่งมันมาขโมยของฉันไปหมดเลย’ แล้วชั้นก็บอกว่า ‘ขโมยคางคกแกไปหมดเลยเรอะ วิล อ้าว ยังงี้จะทำยังไงล่ะ แบบนี้แกก็ต้องการเพิ่มอีกน่ะสิ ช่ายหมายล่า’ แล้วถ้าพวกเธอเชื่อชั้นนะ หนุ่มๆไอ้โง่หน้าตาพิลึกกึกกือนั่นซื้อคางคกทั้งหมดของเค้าจากชั้นกลับไปอีก จ่ายเงินให้มากกว่าที่ให้ชั้นหนแรกอีกนะ –” แต่ในอีกสองวรรคถัดลงมา มันดังกัสกล่าวว่า “แต่คุณรู้ไหม วิลน่ะขโมยคางคกมาจากเจ้าหูดแฮรีสนะอีทีแรกนี่ เพราะยังงั้นผมก็ไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย” ดังนั้นแล้วทำไมมันดังกัสถึงกล่าวว่าวิลถึงซื้อคางคกจากเขาถึงสองครั้ง (หนแรกมากกว่าหนที่สอง) ทั้งๆที่ในครั้งแรกวิลขโมยมันมา

– ในบทแรกของเล่มห้า แฮร์รี่ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแตกดังเปรี้ยง ก้องสนั่นทำลายความเงียบชวนสงัดชวนง่วงเหมือนเสียงปืน ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นเสียงจากการหายตัวของมันดังกัส เช่นเดียวกับตอนที่เฟร็ดกับจอรจ์หายตัวไปยังห้องของแฮร์รี่ในกริมโมลด์เพลซ ก็เป็นเสียงดัง “เปรี้ยง” แต่ในหนังสือเล่มก่อนๆ บรรยายว่าเวลาใครหายตัวจะเป็นเสียงดัง “ป็อบ”

– ในหนังสือฉบับพิมพ์ของ U.K. หน้า 593 ย่อหน้าที่ 2 นับจากท้าย “Students were standing all around the walls in a great ring (some of them, Harry noticed, covered in a substance that looked very like Stinksap); teachers and ghosts were also in the crowd.” พิมพ์ตกคำว่า “much” ไป

– จากหน้า 625 ฉบับพิมพ์ U.K. ตรงย่อหน้าแรกบรรยายว่า “You will sit the theory papers in the mornings and the practice in the afternoons.” คำว่า “practice” ควรจะเป็น “practical”

– จากหน้า 709 ฉบับพิมพ์ U.K. ตรงย่อหน้าที่สี่ บรรยายว่า “Harry flung the prophecy across the floor, Neville span himself around on his back and scooped the ball to his chest. Malfoy pointed the wand instead at Neville, but Harry jabbed his own wand back over his shoulder and yelled, ‘Impedimenta!'” มันควรจะเป็น “Neville spun himself” แทน “Neville span himself.”

– ในฉบับพิมพ์ U.S. เล่มห้า หน้า 386 ในตอนที่ด็อบบี้กำลังบอกแฮร์รี่เกี่ยวกับห้องต้องประสงค์ เอลฟ์พูดว่า “it is a room that a person can only enter.” However, later on in the same paragraph Dobby says that “when Winky has been very drunk; he has hidden her in the Room of Requirement and he has found antidotes to butterbeer there, and a nice elf-sized bed to settle her on while she sleeps it off, sir… and Dobby knows Mr Filch has found extra cleaning materials there when he has run short sir, and-“. ถ้าเป็นไปตามที่ด็อบบี้พูดคือ “a person can only entered”ซึ่งตามหลักไวยากรณ์อังกฤษแปลเป็นภาษาไทยนั้นคือ “คนๆเดียว เท่านั้นที่สามารถเข้าใช้มันได้” แล้วทำไมด็อบบี้ถึงใช้ห้องนั้นได้กับตัวเขาเองและวิงกี้พร้อมกันละ รวมถึงทำไมสามชิก ก.ด. ถึงใช้ห้องนี้พร้อมกันได้

– ในบทที่ยี่สิบเจ็ด หน้า 744 ในตอนที่ศาสตราจารย์มักกอนากัลเถียงศาสตราจารย์อัมบริดจ์ว่า “นี่ ปกติถ้าคนสั่นหัวน่ะ – พวกเขาก็หมายความว่า ‘ไม่’ นะ ยกเว้นแต่ว่ามิสเอจคอมป์จะใช้ภาษาสัญญาณแบบที่ยังไม่รู้จักกันในหมู่มนุษย์ – -” จริงๆแล้ว ในบางประเทศ เช่น บัลแกเลีย เวลาที่คุณสั่นศีรษะจะหมายถึง “ใช่” และ จะผงกศรีษะเมื่อคุณแสดงเจตนาว่า “ไม่”

– ในบทที่สิบห้า หน้า 404 ในตอนที่เฮอร์ไมโอนี่ชวนให้แฮร์รี่ตั้งชมรมป้องกันตัวจากศาสตร์มืด “เธอไม่เห็นหรือ นี่…นี่แหละคือสาเหตุว่าทำไมเราถึงต้องการเธอ… เราต้องการรู้จริงๆแล้วมันเป็นอย่างไร… ที่ต้องเผชิญหน้ากับเขา…เผชิญหน้ากับโว…โวลเดอมอร์” หนังสือบรรยายว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอเอ่ยชื่อโวลเดอมอร์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในภาพยนตร์ภาคแรก เฮอร์ไมโอนี่เคยขานชื่อ โวลเดอมอร์ออกมาแล้ว หลังจากที่ทั้งสามกลับมาจากป่าต้องห้ามและนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นรวม

– หนังสือเล่มห้า หน้า 60 บรรยายถึงสภาพหน้าบ้านกริมโมลด์เพลซไว้ว่า “ แฮร์รี่เดินขึ้นบันไดหินที่เก่าจนสึก จ้องมองไปที่ประตูซึ่งเพิ่งปรากฏขึ้นมา สีดำที่ทาประตูนั้นดูโทรมและมีรอยขีดข่วน ที่เคาะประตูเงินเป็นรูปงูบิดตัว ไม่มีรูกุญแจและช่องรับจดหมาย” แต่มันแสดงไว้อย่างชัดเจนตรงรูปปกด้านในเล่มว่าตรงประตูมีรูกุญแจอยู่

About admin

Check Also

Harry Potter and the Prisoner of Azkaban

ผู้เขียน : เจเค …

Powered by themekiller.com anime4online.com animextoon.com apk4phone.com tengag.com moviekillers.com