Faq

เป็นที่แน่นอนว่าแฟนๆแต่ละคนย่อมมีคำถามที่ชวนสงสัยเกี่ยวกับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ และคงจะไม่มีใครที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ดีไปกว่า เจเค โรว์ลิ่ง เจ้าของบทประพันธ์อีกแล้ว ดังนั้นเจเคจึงตัดสินใจทำหัวข้อ FAQ ขึ้นมาในเว็บไซต์ของเธอ เพื่อนำเอาคำถามที่น่าสนใจของแฟนๆมาลงและเธอก็ได้ทำการตอบคำถามเหล่านั้นด้วยตัวเอง

ลูปินกับเจมส์สลับตัวกันก่อนที่เจมส์จะถูกฆ่าหรือเปล่า

เป็นทฤษฏีที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ไม่ เจมส์จะไม่มีวันช่วยชีวิตตัวเองไว้แล้วปล่อยให้ภรรยาและลูกชายตายหรอก

คุณชอบซีเรียส แบล็กหรือเปล่า

ฉันได้รับจดหมายหลายฉบับที่ถามแบบนี้ คำตอบก็คือใช่ ฉันชอบเขาแต่ฉันไม่คิดว่าเขาดีเยี่ยมไปซะหมดหรอก (โอ้ ฉันสามารถได้ยินเสียงลับใบมีดตรงฝั่ง Immeritus *Fansite*)

ซีเรียสนั่นดีเด่นในเรื่องก่อตั้งหลักปรัชาส่วนตัวของเขา แต่เขาไม่ได้นำมันไปใช้เสมอหรอก อย่างเช่น ในถ้วยอัคนีเขาพูดว่า “ถ้าเธออยากรู้ว่าผู้คนคนนั้นเป็นคนยังไง ก็ให้ดูที่วิธีที่เขาปฏิบัติต่อผู้ที่ด้อยกว่า ไม่ใช่ดูจากวิธีที่เขาปฏิบัติต่อผู้ที่เท่าเทียมกัน” แต่ซีเรียสเกลียด ครีเชอร์ เอล์ฟประจำบ้านของเขาและปฏิบัติต่อมันด้วยความดูถูกและรังเกียจ ซีเรียสเองก็เคยได้พูดไว้ว่าไม่มีใครทีจะดีและร้ายไปเสียหมด แต่ว่าวีธีที่เขาปฏิบัติต่อสเนปนั้นบอกได้ว่าเขาไม่สามารถมองเห็นคุณค่าความดีของสเนปได้เลย แน่นอนว่าด้านสองด้านมีอยู่เสมอในคนเรา เราอาจจะรู้ดีว่าเราควรจะทำตัวอย่างไร หากแต่มันอยากนักที่จะทำตัวแบบนั้นจริงๆ

ซีเรียสนั้นกล้าหาญ ซื่อสัตย์ ประมาท ขมขื่นและค่อนข้างจะรู้สึกไร้ความสมดุลจากการอยู่ในอัซคาบันเป็นเวลายาวนาน เขาไม่มีโอกาสที่จะได้เจริญเติบโตจริงๆ เขามีอายุเพียงแค่ประมาณยี่สิบสองปีเมื่อเขาถูกส่งไปยังอัซคาบัน ดังนั้นเขาจึงมีโอกาสได้ใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่เพียงน้อยนิด ลูปินซึ่งมีอายุเท่ากันกลับดูเป็นผู้ใหญ่กว่ามากนัก บุคลิกที่ชอบชดใช้ไถ่บาปของซีเรียสนั้นเป็นจุดที่บอกได้ว่าเขามีความรักใคร่ต่อใครมากขนาดไหน เขารักเจมส์เหมือนพี่ชายดังนั้นเขาจึงรักแฮร์รี่มากยิ่งนัก

คำถามจาก Mugglenet/Harry Potter Lexicon Open Letter Question (ซึ้งฉันไม่สามารถจะสัญญาได้ว่าฉันจะตอบมันได้หมด แต่ฉันก็จะพยายามตอบมันให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้)

ใช่ ถ้าศาสตราจารย์คนที่เป็นผู้ดูแลบ้านนั้นๆ คุณก็สามารถตีความได้เลยว่า พวกเขาเคยเป็นเด็กในบ้านนั้นมาก่อน ดังนั้นสเนปก็เคยอยู่บ้านสลิธิรินแน่นอน และนี่ก็เป็นเช่นเดียวกันสำหรับผีประจำบ้านด้วย

คุณเคยบอกมาไว้ไม่นานมานี้ว่า ชาร์ลีย์นั้นแก่กว่าเพอร์ซี่สองปี ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็ควรจะเป็นซีกเกอร์ของกริฟฟินดอร์ในปีหนึ่งของแฮร์รี่ คุณช่วยแก้ข้อข้องใจเกี่ยวกับอายุของเขาและบิลให้พวกเราหน่อยได้ไหม

ฉันรู้ว่าฉันตอบข้อนั้นผิดตั้งแต่ฉันตอบมันไป แต่ว่าห้องแช็ทรูมเคลื่อนไหวรวดเร็วมากและฉันก็อยากตอบคำถามให้ได้มากที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ บิลนั้นแก่กว่าชาร์ลีย์สองปี ซึ่งแก่กว่าเพอร์ซี่ย์สามปี ซึ่งแก่กว่าเฟร็ดและจอร์จสองปี ซึ่งแก่กว่ารอนสองปี ซึ่งแก่กว่าจินนี่หนึ่งปี ขอโทษที วิชาเลขไม่ใช่วิชาเด่นของฉัน แต่มันก็ดีกว่าวิชาภูมิศาสตร์ของฉันหละ ใครที่พบเจอไข่อีสเตอร์อันล่าสุดคงจะรู้กันนะ

ทำไมเฟร็ดกับจอร์จไม่สังเกตเห็นปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ในแผนที่ตัวกวน

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสังเกตเห็นมันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย หากแต่ว่าคุณจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับซีเรียส แบล็กอย่างดีเยี่ยม (และอีกอย่าง ซีเรียสเองก็ไม่ใช่เพื่อนสนิทของนายและนางวีสลีย์-พวกเขาไม่ได้รู้จักซีเรียสจนคราวที่เขาหนีออกมาจากอัซคาบัน) เฟร็ดและจอร์จเองก็คงจะไม่รู้จักหรือจำได้ว่าปีเตอร์เป็นคนที่ถูกซีเรียสนั้นฆ่าตาย แต่ถ้าหากว่าเฟร็ดและจอร์จเกิดได้ยินเรื่องนี้มา พวกเขาจะสงสัยทำไมว่า ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ในแผนที่คือคนๆเดียวกันที่ถูกฆ่าตายเมื่อหลายปีก่อน

เฟร็ดและจอร์จใช้แผนที่ในการก่อความไม่สงบของพวกเขา ดังนั้นก็แน่นอนว่าพวกเขาจึงจะปักใจอยู่กับส่วนของแผนที่ที่จะช่วยให้พวกเขาคิดได้ว่า จะก่อความไม่สงบได้ที่ไหนต่อไป และคุณก็ต้องไม่ลืมว่า บนแผนที่นั้นมีจุดเล็กๆนับร้อยที่เคลื่อนไหวรอบๆแผนที่ทุกเวลา เฟร็ดและจอร์จเองก็ไม่ได้รู้จักชื่อของทุกๆคนในโรงเรียน เพราะฉะนั้นชื่อที่ไม่คุ้นเคยก็จะไม่สะดุดตาพวกเขาเท่าไหร่นัก

ทำไมเทป audio หรือหนังสือฉบับแปลของต่างประเทศไม่ออกมาพร้อมๆกับภาคอังกฤษ?

เพราะพวกเขามักจะต้องรอให้ภาคภาษาอังกฤษถูกตรวจตราให้อย่างถูกต้องเสียก่อน หลังจากนั้นนักแปลถึงจะเริ่มทำงาน ถ้าเกิดว่าทุกคนพร้อมที่จะรออีกสักปีเราก็คงจะวางขายทุกภาษาพร้อมๆกันหรือบางทีมากกว่า 1 ปีสำหรับบางภาษา เราก็คงจะมีต้นฉบับนับร้อย และฉันก็เดาว่าไอเดียนี้จะไม่ค่อยโด่งดังมากเท่าไรนัก สำหรับออดิโอเทปนั่นล่ะก็ คุณต้องให้เวลานักอ่านที่น่าสงสารได้มีโอกาสอัดเทปด้วย อย่าลืมว่าพวกเขาก็มีอย่างอื่นต้องทำเช่นกัน ดูอย่าง Stephen Fry สิแม้ว่าเขาจะเป็นคนให้เสียงเทปฉบับ UK ให้กับแฮร์รี่ พอตเตอร์แล้วเขาก็ยังเป็นนักเขียน นักแสดงและนักข่าวด้วย

พีฟส์เคี้ยวหมากฝรั่ง เขาทำอย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่อเขาสเป็นผี? นิกหัวเกือบขาดยังกินไม่ได้เลย

พีฟส์ไม่ใช่ผี แล้วเขาก็ไม่เคยเป็นคนเป็นๆ อีกด้วย เขาเป็นวิญญาณพวกก่อความไม่สงบสุขที่มีความเป็นคนพอที่จะไขโคมไฟ โยนไม้ และใช่ เคี้ยวหมากฝรั่ง

คุณจะฆ่าตัวละครอีกไหม

ใช่ ขอโทษด้วย

คุณทำให้ทองเลเปรอคอนหายไปในถ้วยอัคนีและทำไมแฮร์รี่ถึงไม่ได้สังเกตเห็น

ฉันยิ้มอย่างสลดใจตอนฉันเขียนมัน แฮร์รี่ไม่กังวลเรื่องเงิน เพราะเขามีเงินเกินพอแล้ว ตรงกันข้ามกับรอนที่ยากจน เขาจึงนึกไม่ออกว่ามันเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่สังเกตว่าทองหายไป ฉันคิดว่าตอนนั้นฉันจำได้ว่ามันเป็นอย่างไรที่จะต้องเป็นแบบรอน ในตอนนี้ฉันรู้สึกสงสารรอนมากกว่าแฮร์รี่ พูดง่ายๆได้ว่า ฉันรู้สึกสงสารตัวฉันในอดีตมากกว่าตัวฉันในตอนนี้ ถ้าเกิดแฮร์รี่สังเกตเห็นว่าทองเลเปรอคอนหายไปที่งานควิดดิชเวิลด์คัพ ฉันก็จะไม่สามารถเขียนฉากนิมเฟลอร์ได้ ฉันต้องการแสดงให้คนอ่านเห็น—ผ่านรอน—ว่ามันยากขนาดไหนที่จะไม่มีเงินเหมือนคนอื่นๆ

คุณเขียนทุกวันหรือเปล่า

ไม่ ฉันเขียนเกือบทุกวัน โดยเฉพาะเวลาที่ฉันทำงานหนักกับหนังสือ เหมือนในตอนนี้ แต่ว่าทุกวันน่ะหรือ มันคงจะยากสำหรับลูกๆของฉัน ฉันต้องการที่จะใช้เวลากับพวกเขาเหมือนกัน

คุณเชื่อในพรหมลิขิตไหม

ไม่ ฉันเชื่อในการทำงานหนักและโชค มันเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกัน

เฟร็ดกับจอร์จได้ชื่อของพวกเขามาจากไหน จากฝาแฝดผมแดงในเรื่อง “Gone With the Wind” หรือเปล่า

ฉันไม่เคยรู้เลยว่านักแสดงสองคนที่เล่นเป็นฝาแฝดในเรื่อง Gone With the Wind นั้นชื่อเฟร็ดกับจอร์จ จนวันที่ฉันได้จดหมายฉบับนี้ ไม่ นั่นไม่ใช่ต้นตอที่มาของชื่อของฝาแฝดคู่นี้ ฉันเรียกเฟร็ดกับจอร์จด้วยชื่อสองชื่อนี้เพราะว่าฉันชอบมัน และอีกอย่างมันเข้ากันดีกับชื่อเก่าๆที่เหลือของตระกูลวีสลีย์ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มันเป็นเหตุบังเอิญที่ตลกมากเชียว

เฟรดกับจอร์จมีผมแดงเพราะว่ารอนเองก็มีผมแดงเช่นกัน พูดง่ายๆก็คือ ฉันสร้างตัวละครของรอนขึ้นก่อนแล้วจากนั้นฉันก็ค่อยๆสร้างพี่ชายและน้องสาวของเขา

คุณบอกว่าไม่มีใครสามารถหายตัวได้ในบริเวณโรงเรียนฮอกวอตส์แต่ด็อบบี้สามารถหายตัวได้ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้

เอลฟ์ประจำบ้านต่างจากพ่อมดแม่มด พวกเขามีเวทมนต์ที่ต่างออกไป และการหายตัวในโรงเรียนก็เป็นสิ่งที่พวกมันจำเป็นต้องทำ หากพวกมันต้องการทำงานโดยไม่เป็นที่สังเกตเห็น

จะมีบทสองบทที่ชื่อว่า “Lupin’s Paper” และ “The Lovegoods in court” ในเล่มหกหรือเปล่า

ไม่ ฉันเกรงว่ามันเป็นแค่ข่าวลืออีกแล้ว

ตัวละครเฮ็ดวิกในบทประพันธ์ของ Henrik Ibsen เรื่อง “The Wild Duck” เป็นแรงบันดาลใจในชื่อของเฮ็ดวิก นกฮูกของแฮร์รี่หรือเปล่า

ไม่ ฉันเจอชื่อ เซนต์ เฮ็ดวิกในหนังสือเซนต์สมัยกลางหลายปีก่อนแล้วชื่อนั้นก็ติดอยู่ในหัวฉัน

ในแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ ป้าเพ็ตทูเนียบอกว่า ลิลลี่กลับมาบ้านเต็มไปด้วยไข่กบในกระเป๋าและเสกถ้วยน้ำชาให้กลายเป็นหนู ถ้าเป็นความจริง ทำไมลิลลี่ถึงไม่ถูกไล่ออก

ป้าเพ็ตทูเนียก็ขยายความนิดนึงนะ คุณต้องอนุญาตให้เธอทำแบบนั้นโดยเฉพาะเวลาที่เธอโมโหแล้วร้องออกมาอย่างนั้น ถึงอย่างไรก็ตาม ลิลลี่ซึ่งเหมือนกับลูกชายของเธอก็ไม่ค่อยจะยึดมั่นในคำเตือนนั้นเท่าไรนัก คุณจึงเดาได้เลยว่าเธอก็ได้รับจดหมายเตือนเช่นกัน แต่ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก

กล้องของคอลิน ครีฟวีย์ทำงานได้อย่างไร

ผู้คนจำนวนมากถามฉันแบบนี้ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยหลายคนก็เป็นญาติของฉันเอง คอลิน ได้ล้างรูปจากกล้องของเขาในเล่มที่สอง

กล้อง ก็เหมือนกับวิทยุ (หรือที่เรียกว่า “ไร้สาย” ในรูปฉบับของพ่อมด พวกเขามักจะล่าช้าในด้านเทคโนโลยีนี่นะ เมื่อเทียบกับมักเกิ้ล) ที่มีอยู่ในโลกของพ่อมด (มีวิทยุในห้องครัวของครอบครัววีสลีย์ และพวกเราก็รู้ว่ามันมีกล้องอยู่ในโลกเวทมนต์เพราะว่าคุณสามารถเห็นรูปเคลื่อนไหวได้ทุกที่) พ่อมดไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อที่จะให้สิ่งพวกนั้นทำงาน พวกเขาใช้เวทมนต์ แต่สำหรับรูปแบบของเหล่านั้น เหล่าพ่อมดชอบไอเดียของพวกมักเกิ้ลพอที่จะสร้างมันขึ้นมาโดยไม่ต้องใช้สายไฟหรือแบตเตอร์รี่

ฉันมีสมุดเล่มเก่าที่ข้างในมีข้อมูลเกี่ยวกับน้ำยาที่ทำให้รูปถ่ายเคลื่อนไหวได้ ฉันจึงบอกคุณได้เลยว่า พ่อมดใช้น้ำยาเหล่านั้นทำให้รูปถ่ายของพวกเขาเคลื่อนไหว

และเพราะว่าแบตเตอรรี่ของคอลินจะไม่ทำงานในฮอกวอตส์ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่ากล้องของเขาทำงานด้วยเวทมนต์และเขาจึงล้างรูปด้วยน้ำยาพิเศษที่ทำให้รูปเคลื่อนไหว เป็นอะไรที่ทำให้ฉันคิดว่าอินมีสติปัญญามากทีเดียว

การที่เนวิลล์เป็นอีกคนที่ถูกกล่างถึงในคำทำนายนั้นมีความสำคัญอย่างไร

ในที่สุดฉันก็มีโอกาสตอบคำถามจากโพลของฉันเสียที ฉันต้องขอโทษด้วยที่ใช้เวลานานมากเหลือเกิน แต่ฉันขอกล่าวก่อนเลยว่า ฉันรู้สึกดีใจมากๆที่คำถามนี้ได้รับผลโหวตมากที่สุดเพราะมันเป็นคำถามที่ฉันอยากตอบมากที่สุด หลายคนอาจจะไม่ชอบคำตอบของฉัน แต่ฉันจะพูดถึงปัญหานี้ตอนท้ายละกัน

รื้อความจำกันหน่อย เนวิลเกิดวันที่ 30 กรกฏาคม หนึ่งวันก่อนแฮร์รี่ แต่เขาก็เกิดในช่วงเวลาสิ้นเดือนกรกฏาคมเช่นกัน พ่อแม่ของเขาซึ่งเป็นมือปราบมารที่โด่งดังก็ได้สู้และต่อต้านลอร์ดโวลเดอมอร์สามครั้ง เช่นเดียวกับเจมส์และลิลี่ ดังนั้นโวลเดอร์จึงมีตัวเลือกสองทาง ว่าเขาจะเลือกเด็กทารกคนไหน อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ยินถึงคำทำนายทั้งหมดเหมือนที่ดัมเบิลดอร์กล่าวไว้

ผลที่ตามมาก็คือ คำทำนายได้ให้ตัวเลือกสองทางแก่ลอร์ดโวลเดอมอร์ ซึ่งโดยไม่รู้ตัวได้เลือกเด็กทารกที่เขาต้องการจะฆ่าให้กลายมาเป็น เด็กชายที่ถูกเลือก ได้ให้พลังที่พ่อมดคนอื่นๆก็ไม่มีครอบครอง — แผลเป็นและเวทมนต์ที่มันมีซึ่งก็คือช่องผ่านเข้าสู่ความคิดของลอร์ดโวลเดอมอร์

ดังนั้นอะไรจะเกิดขึ้น หากโวลเดอมอร์คิดว่าเด็กทารกเลือดบริสุทธิ์จะเป็นอันตรายมากกว่าเด็กทารกเลือดผสม อะไรจะเกิดขึ้นถ้าหากว่าเขาเลือกเนวิลแทนแฮร์รี่ มันเป็นสิ่งที่แฮร์รี่สงสัยในเล่มที่หกเช่นกัน คำตอมก็จะเริ่มกลายเป็นคำถามอีกครั้ง ว่าพ่อแม่ของเนวิลจะสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตการณ์ทีจะเกิดขึ้นได้ไหม พวกเขาจะยอมตายแทนแฮร์รี่เหมือนที่ลิลลี่ตายให้แฮร์รี่หรือเปล่า ถ้าพวกเขาไม่พร้อมที่จะทำแบบนั้นเนวิลก็จะตายทันที และถ้าเกิดว่าแฟรงค์กับอลิซจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อชีวิตของลูกชายล่ะก็ คำสาบพิฆาตก็จะสะท้อนกลับไปหาเจ้าของและเนวิลก็จะกลายเป็นเด็กชายผู้รอดชีวิตพร้อมกับแผลเป็น

แล้วนี่จะหมายความว่าอย่างไร การที่เนวิลจะมีแผลเป็นเหมือนแฮร์รี่ในตอนนี้จะทำให้เขารอดตายจากการเผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์ เหมือนแฮร์รี่หรือเปล่า เนวิลจะมีคุณสมบัติเหมือนแฮร์รี่ที่จะสามารถทำให้เขาเข้มแข็ง และมีสติพอที่จะเผชิญหน้ากับเหตุร้ายต่างๆได้หรือเปล่า แม้ว่าดัมเบิลดอร์จะไม่พูดแบบนี้แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นช่นนั้น เขาเชื่อว่าโวเดอมอร์เลือกเด็กทารกที่เขาคิดว่าจะสามารถโค่นเขาได้ ฉนั้นการที่แฮร์รี่จะรอดชีวิตก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหรือแม่แต่แผลเป็นของเขา

แล้วเนวิล เด็กชายที่เกือบกลายมาเป็นคนที่มีความสำคัญเหมือนกับพระราชา เขาได้อะไร มันไม่ได้ให้พลังแอบแฝงแก่เขาหรือว่าโชคชะตาที่ลึกลับ หากแต่เขายังคงเป็นพ่อมดที่ปกติคนหนึ่ง แม้ว่าเขาจะมีอดีตที่เลวร้ายเหมือนแฮร์รี่ก็ตาม อย่างไรก็ตามสิ่งที่คุณสามารถเห็นได้ในภาคีนกฟีนิกซ์ เนวิลนั้นไม่ได้ไร้พลังความสามารถแต่อย่างใด เขาเองก็มีพลังของเขาเองเหมือนกัน ก็เหลืออยู่ว่าเขารู้สึกอย่างไรถ้าเขารู้ความจริงว่าเขาเกือบจะกลายมาเป็น “เด็กชายที่ถูกเลือก” เสียแล้ว

พวกคุณบางคน—ที่มั่นใจแล้วว่าคำทำนายผูกมัดเนวิลกับแฮร์รี่ด้วยกันในทางที่ลึกลับ—คงจะพบว่าคำตอบนี้ช่างน่าเบื่อ แต่ฉันกลับคิดว่าฉันได้ตอบสิ่งสำคัญเกี่ยวกับแฮร์รี่และโวลเดอมอร์และก็คำทำนาย โดยให้เนวิลเป็นตัวเดินเรื่อง ถ้าเด็กชายทั้งสองนั้นไม่ได้ถูกลิขิตไว้ว่าจะต้องกลายมาเป็นผู้ที่จะสามารถโค่นล้มลอร์ดโวลเดอมอร์ ก่อนที่โวลเดอมอร์จะออกตามล่าพวกเขาล่ะก็ คำทำนายก็จะกลายเป็นสิ่งกระตุ้นสถาการณ์ที่คงจะไม่เกิดหากคำทำนายไม่ได้ถูกสร้างขึ้น แฮร์รี่ถูกผลักให้อยู่ในจุดที่น่ากลัวเสียจนเขาเองก็คงคาดไม่ถึง ในขณะที่เนวิลก็กลายเป็นแค่ เด็กชายที่ ‘เกือบ’ ถูกเลือก โชคชะตาเป็นคำพูดที่ถูกใช้บ่อยครั้งนักในการเลือกที่จะตามมาด้วยผลที่น่ากลัว

แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ควรจะเอาไปตีความว่าเนวิลไม่มีบทบาทสำคัญอะไรเลยในเล่มห้าและหก หรือตอนสู้กับโวลเดอมอร์ สำหรับคำทำนายนั้นล่ะก็ ยังคงไม่ชัดเจนอีกเช่นเคย ไม่ใช่แค่สำหรับผู้อ่าน หากแต่สำหรับตัวละครของฉันด้วย คำทำนาย (นึกถึงคำทำนายของนอสตราดามุส) เป็นสิ่งที่สามารถเอาไปตีความออกมาได้หลายมุมมอง นั่นเป็นจุดแข็งและจุดอ่อนของมัน

Godric’s Hollow คืออะไร? ถนน? บ้าน? ต้นไม้?

Godric’s Hollow คือหมู่บ้าน

ในเว็บของคุณ คุณใช้คำว่า ‘เหล่าตัวก่วน’ เพื่อพูดถึงเจมส์และเพื่อนๆ พวกเขาถูกเรียกอย่างนั้นเมื่อสมัยตอนเรียนจริงๆหรือว่าคุณแค่ยืมมันมาจากคำพูดของแฟนๆ

เจมส์ ซีเรียส รีมัสและปีเตอร์เรียกตัวเองว่า เหล่าตัวก่วน ดังนั้นพวกเขาถึงได้ตั้งชื่อแผนที่ว่า “แผนที่ตัวกวน”

Theodore Nott คือเด็กบ้านสลิธิรินที่ถูกกล่าวไว้ว่า “stringy” ในฉากห้องเรียน Thestral ใช่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ เด็กคนนั้นคือใคร

ใช่ นั่นคือ Theodore Nott

อะไรอยู่ในแกนกลางไม้กายสิทธิ์ของเฮอร์ไมโอนี่

เอ็นหัวใจมังกร ดังนั้นแฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่รวมแกนไม้กายสิทธิ์ทั้งสามของโอลลิแวนเดอร์ให้เป็นหนึ่งเดียว (โดยคนทำไม้กายสิทธิ์คนอื่นๆใช้แกนอย่างอื่น แสดงให้เห็นด้วยไม้กายสิทธิ์ของเฟลอร์ แต่โอลลิแวนเดอร์นั้นเป็นคนทำไม้กายสิทธิ์เก่งที่สุด) ฉันได้บอกข้อมูลพิเศษเกี่ยวกับไม้กายสิทธิ์รวมถึงของเฮอร์ไมโอนี่ในหน้า “Extras” ของฉันซึ่งก็คือ Miscellaneous

ตอนที่เฮอร์ไมโอนี่มาเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ เธออายุเกือบ 11 หรือเกือบ 12

เธออายุเกือบ 12 เพราะคุณต้องมีอายุอย่างน้อย 11 ขวบเพื่อจะเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์

เด็กๆในโลกเวทมนต์ทุกคนในอังกฤษเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์หรือเปล่า ตัวอย่างเช่น สแตน ชันไพค์ หรือว่าฮอกวอตส์นั้นแค่สำหรับเด็กที่เก่งด้านเวทมนต์เท่านั้น โดยเด็กที่เหลือใช้เวทมนต์โดยไม่ต้องเข้าเรียนอย่างเป็นทางการ

เด็กทุกๆคนที่แสดงว่ามีเวทมนต์ก่อนอายุครบสิบเอ็ดปีจะได้เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ทันที ไม่ต้องพูดถึงเรื่อง ไม่มีเวทมนต์พอเลย คุณมีเวทมนต์หรือคุณไม่มีเท่านั้นแหละ พวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ เพราะบางที ครอบครัวก็ไม่ต้องการให้พวกเขาเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์

คุณเริ่มเขียนเล่มที่เจ็ดหรือยัง?

ฉันเพิ่งเขียนเล่มหกเสร็จหลังจากเพิ่มเติมอะไรนิดหน่อย ฉนั้นฉันจึงหยุดงานสักเดือนสองเดือนเพื่อที่จะเลี้ยงลูกสาวคนใหม่ของฉัน (ไหนจะลูกสาวคนเก่าและลูกชายคน ‘ไม่ค่อยเก่า’ ของฉันอีก) ฉันบอกได้เลยว่าฉันจะต้องคันไม้คันมือในไม่ช้าแล้วจะอยากจับปากกา เพราะปกติมันเป็นแบบนี้ แต่ฉันไม่คิดว่าฉันจะเริ่มเขียนเล่มเจ็ดในเร็ววันหรอก

คุณชอบ “เจ้าชายเลือกผสมไหม”

ฉันชอบมันมากกว่า ถ้วยอัคนี ภาคีนกฟินิกซ์ และห้องแห่งความลับตอนฉันเขียนมันเสร็จ เล่มหกทำในสิ่งที่ฉันต้องการและถ้าไม่มีใครชอบมัน (และก็จะมีหลายคนที่จะไม่ชอบ) ฉันก็รู้ดีว่ามันยังคงจะเป็นหนึ่งในเล่มโปรดของฉันทีเดียว คุณควรจะต้องทำให้ตัวเองพอใจก่อนที่จะทำให้คนอื่นรู้สึกพอใจใช่ไหม?

คุณรู้สึกอย่างไรที่ทีมสร้าง POA ลบฉากที่มาของแผนที่ตัวกวนออกไป

ฉันโอเคกับมันเพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างทุกสิ่งทุกอย่างในหนังสือของฉันออกมาในภาพยนตร์ ที่จะต้องถูกจำกัดความยาว แน่นอนว่าหนังมีข้อห้ามที่หนังสือไม่ต้อมมี—เวลาและงบประมาณ ฉันสามารถสร้างอะไรก็ได้ออกมาจากจินตนาการของฉันและจากผู้อ่าน โดยไม่ต้องนึกถึงมันบนจอยักษ์

ฟลิตวิกเป็นมนุษย์ตัวเตี้ยหรือว่าเขาเป็นย่างอื่น

ฟลิตวิกมีที่มาที่ฉันรู้ได้แล้วว่าจะไม่มีโอกาสเข้าแสดงไปในหนังสือ เพราะมันไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง เขาเป็นมนุษย์แต่ว่าเขามีบรรพบุรุษเป็นก็อบลิน ประมาณ ทวดของทวดของทวดของทวดของเขา สิ่งที่น่าสนใจก็คือเขาสามารถรู้สึกได้ว่า ผู้คนอย่างแฮกริดซึ่งสำหรับผู้เสพความตายก็คือลูกผสมจะรู้สึกอย่างไร ถึงอย่างไรก็ตามฟลิตวิกและเฮ็ดวิกไม่มีฉากด้วยกัน ดังนั้นรากฐานของฟลิตวิกจึงอยู่ได้แค่ในความคิดของฉันในหนังสือหกเล่มที่เขาอยู่ แต่ฉันคิดว่ามันยังสามารถสร้างตัวละครของเขาได้ เขาต้อนรับเด็กนักเรียนทุกคนเสมอโดยไม่สนว่ารากฐานของพวกเขาเป็นอย่างไร (เขากล่าวไว้ในเล่มหนึ่งว่าเขาชื่นชมลิลลี่ พอตเตอร์ ซึ่งบอกได้ว่าเขาไม่มีอคติต่อมักเกิ้ล)

แต่ฉันต้องสารภาพว่าฉันรู้สึกตกใจเหมือนกันตอนที่ฉันเห็นฟลิตวิกในหนังซึ่งดูเหมือน ก็อบลินผสมกับเอลฟ์โดยที่ฉันเองก็ไม่เคยถามเหล่าทีมงานว่าเขาคืออะไรกันแน่ เพราะว่าฉันวาดภาพฟลิตวิกให้เป็นแค่ผู้ชายสูงวัยตัวจ้อยก็เท่านั้น

คุณได้เขียนข้อมูลที่มีอยู่บนการ์ดกบช็อคโกแล็ตหรือเปล่า แล้วคาถาในหนังล่ะ คุณสร้างมันขึ้นมาหรือว่า Steve Kloves สร้างมัน และทำไมมีคาถามากมายที่สร้างขึ้นใหม่ในหนัง อย่างเช่น Lacarnum Inflamari

ใช่ฉันเขียนข้อมูลบนการ์ดกบช็อคโกแล็ตฉบับดั้งเดิม และคุณอาจจะสังเกตได้ว่าบางอันก็โผล่มาใน Wizard of the Month ในเว็บไซต์ของฉัน

เรื่องคาถาในหนัง—นั่นล่ะก็ เยอะจนฉันจำไม่ได้แล้ว สตีฟสร้างบางอันขึ้นมาแล้วฉันก็สร้างมันขึ้นมาด้วย อย่าง Incarnum Inflamari นั้นฟังดูมีพลังในหนัง แต่ว่าถ้าคุณพยายามจะร่ายมันตอนโดนกับดักมารล่ะก็คุณคงเสียเวลาอันมีค่าไปเยอะทีเดียว แต่นั่นแหละ มันคือ Showbiz นี่นะ

สมาชิกของภาคีนกฟีนิกซ์สื่อสานกันได้อย่างไร

ฉันแปลกใจมากๆที่คำถามนี้ชนะโพลเพราะคำตอบนั้นอยู่ในเล่มสี่ ในขณะที่คำถามที่เหลือเกี่ยวกับเล่มหก แต่คงเป็นเพราะว่าฉันรู้ดีว่าคำตอบของอีกสองคำถามนั้นน่าสนใจมากทีเดียว และแน่นอนคุณก็จะได้รู้คำตอบสำหรับคำถามพวกนั้นอยู่ดี

สมาชิกของภาคีใช้ผู้พิทักษ์ของเขาเพื่อที่จะสื่อสารกัน พวกเขาเป็นพ่อมดแม่มดกลุ่มเดียวที่รู้วิธีใช้ผู้พิทักษ์ของพวกเขาแบบนี้ และก็ถูกสอนโดยดัมเบิลดอร์ซึ่งเป็นคนสร้างวิธีสื่อสานนี้ ผู้พิทักษ์เป็นได้หลายอย่าง มันเป็นสิ่งต่อต้านศาสตร์มืด ซึ่งทำให้มันไม่ถูกรุกร้ำโดยพ่อมดฝ่ายมืด มันสามารถทะลุของแข็งได้ ผู้พิทักษ์แต่ล่ะอันมีเอกลักษ์เฉพาะตัว ดังนั้นก็จะไม่ต้องสงสัยว่าสมาชิกคนใดส่งมันไป ไม่มีใครสามารถสร้างผู้พิทักษ์ของคนอื่นขึ้นมาได้ มันก็เลยไม่มีตัวปลอมส่งข่าวสารระหว่างสมาชิกเด็ดขาด
หลายๆคนอาจจะสังเกตแล้วว่า ผู้พิทักษ์ของดัมเบิลดอร์คือ นกฟีนิกซ์

ครอบครัวเลือกบริสุทธิ์จะตายหมดหรือเปล่า เพราะว่าพวกเราได้เสียตระกูลแบล็กและตระกูลเคร้าช์ไปแล้ว

อย่าลืมว่า—ซิเรียสก็เคยว่าไว้ในภาคีนกฟีนิกซ์ว่า—ไม่มีครอบครัวใดที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง เพียงแค่มักเกิ้ลหรือสควิปจะถูกลบชื่อออกจากต้นไม้ตระกูลและถูกแกล้งลืมว่าพวกเขาเคยมีชีวิตอยู่
แต่ใช่ ตระกูลสายเลือดบริสุทธิเริ่มลดลงแล้ว การที่ไม่แต่งงานกับมักเกิ้ลหรือคนที่มาจากครอบครัวมักเกิ้ล ทำให้พวกเขาเริ่มสูญพันธุ์ หัวข้อนี้จะถูกกล่าวถึงในเล่มหก

เด็กๆพ่อมดแม่มดเรียนอะไรก่อนไปโรงเรียน

ส่วนมากพวกเขาเรียนที่บ้าน กับเด็กพ่อมดแม่มดเล็กๆ ซึ่งคุณได้เห็นแล้วในเล่มสี่ คุณจะรู้ว่าเสี่ยงแค่ไหนหากพวกเขาเข้าโรงเรียนเพราะพวกเขาจะพยายามใช้เวทมนต์ตลอดเวลา — จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม มันจึงอยากที่จะเชื่อว่าพวกเขาจะปกป้องตัวจริงของพวกเขา ขนาดนั้นพวกที่อาศัยอยู่กับมักเกิ้ลเช่นแฮร์รี่ยังได้รับความสนใจมากมายจากการปลูกผมข้ามคืน

Nicholas Flamel มีอยู่ในเรื่อง รหัสลับดาวินชี คุณได้ชื่อของเขามาจากนั่นหรือเปล่า

ไม่ นิโคลัสมีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์อยู่แล้ว เขาอาศัยอยู่ในฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 14 แล้วเขาก็ถูกล่ำลือว่าเป็นผู้ที่พบวิธีสร้างศิลาอาถรรพ์ มีคนผู้คนกล่าวว่าเคยพบเห็นเขาศตวรรษต่อๆมาเพราะเชื่อกันว่าเขาได้พบวิธีเป็นอมตะแล้ว ยังคงมีถนนที่ถูกตั้งชื่อว่า Flamel และ Perenelle ในปารีส

เมื่อตอนที่แผนที่ตัวกวนพูดจาสบประมาทสเนป นายเขาแหลมทำแบบนั้นได้อย่างไรในเมื่อเขาตายไปแล้ว

พ่อมดมีวิธีทำให้ความคิดของพวกเขาถูกแพร่เผยหลังจากตาย นึกถึง เบอร์ธา จอร์กิ้นส์ที่โผล่มาในเพนซีฟ หมวกคัดสรรค์ที่ยังคงตะโกนวาจาของเหล่าผู้สร้างหลังจากที่พวกเขาตายไปแล้วนับพันๆปี เหล่าผีที่ยังคงลอยไปมาในปราสาท ภาพวาดของเหล่าครูใหญ่ในห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ และไหนยังจะมีภาพวาดของคุณนายแบล็คอีก ยังมีอีกหลายอย่างและแผนที่ตัวกวนก็เป็นหนึ่งในนั้น มันไม่ใช่เขาแหลมจริงๆที่เขียนคำสบประมาทเหล่านั้นถึงเสนป หากแต่ว่าเป็นเสียงของเขาที่เก็บไว้ในนั้นด้วยเวทมนต์

พวกเราไม่เคยได้ยินเพลงประจำโรงเรียนอีกเลยหลังจากเล่มหนึ่ง เหล่าศาสตราจารย์แบนมันหรือ?

ดัมเบิลดอร์เรียกถึงเพลงของโรงเรียนเวลาที่เขารู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แต่ว่าความมืดเริ่มเข้าปกคลุมโลกแห่งเวทมนต์อีกครั้งแล้ว ดังนั้นคุณจึงมั่นใจได้เลยว่าถ้าเขาแนะให้นักเรียนร้องเพลงของโรงเรียนอีกครั้งล่ะก็ เขาต้องรู้สึกอารมณ์ดีมากๆเลย

สัจจะเซรุ่มได้ทำให้ความจริงมากมายหลุดออกมาจากปากของบาร์ตี้ เคร้าช์จูเนียร์ในเล่มสี่ ทำไมมันถึงไม่ถูกใช้ในคดีที่ศาลในเล่มนั้น แล้วมันน่าจะช่วยทำให้คดีอย่างของ Sirius Black ว่าเขาบริสุทธิ์จริงหรือไม่ง่ายขึ้นกว่า

สัจจะเซรุ่มทำงานได้ดีกับคนที่ไม่รู้ตัว คนที่อ่อนแอและคนที่ไม่มีพลังพอที่จะสู้ฤทธิ์ยาได้ บาร์ตี้ เคร้าช์ถูกทำร้ายก่อนที่จะได้ดื่มเซรุ่ม เขาจึงยังอ่อนแอและสลึมสลือ ถ้าไม่อย่างนั้นเขาก็จะสามารถทำอะไรหลายออย่างที่จะไม่ต้องโดนฤทธิ์ยาได้ เขาอาจจะปิดกั้นทางเดินอาหารและเสแสร้งว่าตัวเองบริสุทธิ์ หรืออาจจะเสกให้เซรุ่มกลายเป็นอย่างอื่นก่อนทีจะถึงปากของเขา แล้วเขาก็สามารถสกัดใจต้านฤทธิ์ยาได้ด้วย

พูดง่ายๆก็คือว่า สัจจะเซรุ่มก็เป็นเหมือนๆกับเวทมนต์รูปแบบอื่นในหนังสือตรงที่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน พ่อมดบางคนสามารถต้านตัวเองจากฤทธิ์ของยาได้ในขณะที่บางคนไม่สามารถ มันไม่ยุติธรรมพอและไม่แน่นอนพอที่จะสามารถเอาไปใช้ในศาลได้

ซีเรียสเองก็อาจจะยอมใช้สัจจะเซรุ่มหากว่าเขาถูกเสนอ แต่ว่าไม่ เพราะว่าเขาถูกดำเนินคดีโดยนายบาร์ตี้ เคร้าช์ ชายที่บ้าอำนาจและมีวีธีการที่แย่ที่สุดในการตรวจสอบผู้กล่าวหา ได้ส่งซีเรียสเข้าคุกโดยไม่สอบสวนเพราะยึดว่าเพียงคำให้การของพยานก็เพียงพอแล้ว ความจริงที่เลวร้ายก็คือว่า ถ้าเกิดซีเรียสได้ถูกเสนอให้ใช้สัจจะเซรุ่ม คุณเคร้าช์ก็จะยังคงปักใจเชื่อว่าซีเรียสใช้เล่ห์กลอะไรสักอย่างเพื่อที่จะทำให้เขาไม่ต้องตกอยู่ภายใต้ฤทธิ์ยา

อาเธอร์ วีสลีย์จะได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์หรือเปล่า?

– โถ ไม่หรอกค่ะ

ทำไมบางคนในโลกของเวทมนต์ (อย่างเช่นแฮร์รี่) ถึงโดนเรียกว่า “เลือดผสม” ในเมื่อพ่อแม่ของเขาทั้งคู่ก็เป็นคนที่มีเวทมนต์

– นี่ก็เพราะคนที่เริ่มใช้คำแบ่งแยกอย่าง “เลือดผสม” “เลือดสีโคลน” หรือ “เลือดบริสุทธิ์” นั้นคือพวกที่ให้ความสำคัญกับการแบ่งแยกนี้มาก แล้วเหตุผลที่คิดคำพวกนี้ขึ้นมาก็เพื่อแสดงถึงอคติที่เค้ามีต่อกลุ่มที่เค้าคิดว่าด้อยกว่า ดีน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น Lucius Malfoy พ่อมด หรือแม่มดที่มีพ่อแม่เป็นมักเกิ้ลนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากการเป็นมักเกิ้ลเลย เพราะฉนั้น แฮร์รี่เลยถูกเรียกว่าเลือดผสมเพราะรุ่น ตา ยาย ของเค้าไม่ได้เป็นพ่อมด แม่มด
ถ้าคิดว่าการทำแบบนี้มันมากเกินเป็นก็ลองดูตัวอย่างจากชีวิตจริงสิคะ ในยุคนาซีนั้นคนที่เกิดในครอบครัวเชื้อสายยิวนั้น ถึงแม้ความเป็นยิว หรือความสัมพันธ์ที่มีต่อกลุ่มยิวนั้นจะน้อยมากเพียงใด ก็ถือว่าไม่ใช่เลือดบริสุทธ์เหมือนกัน หลังจากที่เขียนหนังสือแล้ว ฉันก็เพิ่งได้รู้เหมือนกันว่าการตีตราเรียกคนตามกลุ่มชนชั้นทางเลือดแบบนี้มีอยู่จริง ไปเจอมาที่พิพิธภัณน์ (สะกด) เกี่ยวกับการทำลายล้างกลุ่มคนยิวในยุคนาซี

ทอม ริดเดิ้ลคือเจ้าชายเลือดผสมหรือไม่?

– เอาล่ะ ทอม ริดเดิ้ลเป็นคนเดียวกันกับโวลเดอร์มอร์ และโวลเดอร์มอร์ก็ไม่ใช่เจ้าชายเลือดผสม .. ฉันจำเป็นต้องตอบคำถามนี้จริงๆหรือ?

“Harry Potter and the Half-Blood Prince” และ “Harry Potter and the Chamber of Secrets” นั้นมีความสัมพันธ์กันยังไง

– ฉันได้รับคำถามมากมายเป็นภูเขาเกี่ยวกับการที่ว่าชื่อเรื่อง Half-blood Prince นั้นเคยเป็นชื่อเรื่องของ Chamber of Secrets เพราะฉะนั้นฉันเลยจะพยายามตอบให้ โดยจะครอบคลุมทุกส่วนที่ฉันจะตอบได้ (ส่วนที่ตอบไม่ได้ก็ประเภท “ใครคือ Half-blood Prince” “จะเกิดอะไรขึ้นใน Half-blood Prince” “Half-blood Prince หมายความว่ายังไง”)

เค้าโครงเรื่องของ Prince นั้นไม่ได้มีความคล้ายคลึงกับ Chamber เลย แล้วก็ไม่ใช่เป็นส่วนที่เหลือค้างมาจาก Chamber ด้วย เนื้อเรื่องของ Prince นั้นต่อเนื่องจากตอนจบของ Phoenix และจะไม่ย้อยกลับมาพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีที่แล้วอีก จริงอยู่ที่จะมีการอ้างอิงถึงเหตุการณ์ณ์ที่เกิดขึ้นใน Chamber แต่ก็เหมือนกับการที่จะมีการอ้างอิงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นใน ‘Stone’, ‘Azkaban’, ‘Globlet’ และ ‘Phoenix’ ด้วย

The Half-Blood Prince นั้นอาจเป็นคำที่ใช้แสดงถึงเนื้อเรื่องโดยรวมก็ได้ แต่แนวเรื่องนั้นอาจนำไปใช้ในทางไหนก็ได้ ฉันเคยคิดจะเอาแนวเรื่องนี้เข้าไปใส่ใน Chamber แต่มันไม่ค่อยเหมาะ ดูผิดที่ผิดทางเพราะมันไม่ได้เป็นส่วนจากโครงเรื่องของ Basilisk หรือไดอารี่ของ Riddle เลย ฉันเลยยอมรับในที่สุดว่ามันจะดีกว่าถ้ามาอยู่ในเล่มหก ฉันเกาะอยู่กับชื่อเรื่องนี้อยู่นาน ถึงแม้ตอนนั้นโครงเรื่องของ Prince นั้นไม่เหลืออยู่แล้ว เพราะฉันชอบมันมาก (ใช่แล้ว ฉันชอบชื่อเรื่องนี้!) ฉันให้กำเนิดชื่อเรื่องใหม่ให้เล่มสองตอนที่ฉันเริ่มเขียนฉบับร่างเป็นครั้งที่สอง

ความสัมพันธ์ระหว่างเล่มหกและเล่มสองที่ฉันเคยพูดถึงนั้น ที่จริงเกี่ยวกับสิ่งที่ Harry ได้ค้นพบใน Chamber มากกว่า ที่จะมามีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ Harry จะได้พบในเล่มหกนี้

Mark Evans มีความสำคัญยังไง ถ้าเค้ามีสักนิด

– ที่ฉันไม่ได้ตอบคำถามนี้ก่อนหน้านี้นั้น เพราะฉันต้องใช้เวลาไปวางแผนย้ายครอบครัวฉันไปที่หลบภัยก่อน มันใช้เวลานานเหมือนกันนะที่จะจัดหา passport ปลอม ตั๋วเครื่องบิน แล้วก็หน่วยรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมงติดอาวุธ

ทำไมฉันจะต้องหาวิธีการขั้นสุดกำลังขนาดนี้น่ะหรอ เพราะหลังจากที่พวกเธอได้อ่านคำตอบนี้ ฉันก็จะต้องหายตัวไปเพื่อความปรอดภัยของฉันและครอบครัว ทีนี้ก่อนที่ฉันจะพูดออกไป (เดาได้แล้วใช่มั้ยหล่ะว่าอะไรกำลังจะตามมา) ฉันขอโอกาสป้องกันตัวก่อน อย่างแรกคือ ทุกคนได้ไปพยายามคิดค้นข้อสมมมุติ ทฤษฎี มากมายเกี่ยวกับ Mark Evans แล้วอย่างที่สองคือ ฉันพยายามที่จะไม่สร้างความหวังโดยเต็มคำว่า “ถ้าเค้ามีสักนิด” ลงไปในคำถามด้วย
แล้วอย่างที่สามก็……มันไม่มีอย่างที่สาม ฉันแค่พยายามฆ่าเวลา

(หายใจเข้าลึกๆ)

Mark Evan……ไม่ใช่ใครสำคัญเลย เค้าไม่สำคัญในทางเดียวกับที่ Mr. Prentice, Madam Marsh และแกงค์ของ Dudley ไม่มีความสำคัญอะไรพิเศษ บทบาทหน้าที่พวกเค้ามีแค่เดินเข้ามาในฉาก

(เช็คว่า Neil พาหมาไปชีดวัคซีน และ Jessica เก็บเกมบอยรึยัง โอเค…ต่อ)

ฉันไม่รู้จะโทษใครนอกจากตัวเอง Serius Black, Mrs. Figg และ Mugungus Fletcher ต่างก็เดินเข้ามาในฉากแล้วเดินออกไปในตอนแรก เหมือนกับ Mark Evan แล้วนานหลังจากนั้ก็กลับมาแบบเต็มเป็นตัวเป็นตน ตอนนี้พวกเธอก็เลยฉลาดมากเกินไปแล้ว ไม่ดีสำหรับเธอ แต่ดีสำหรับฉัน พอพวกเธอดึงความสนใจฉันไปที่ Mark Evans ฉันก็เพิ่งได้เห็นเหมือนกันว่าเค้าเป็นเหมือนพวกตัวละครประเภท “นี่ไง ฉันก็แค่เดินผ่านมา ผ่านไป ไม่ต้องมาสนใจ ไม่ต้องมาห่วงฉัน พวกเธอคงไม่ได้สังเกตเห็นฉันด้วยซ้ำไป” แล้วอยู่ดีๆ พอกลางเล่มเจ็ดก็โผล่มา “ฮ่า ฮ่า ใช่ฉันนี่แหละ Mark Evans กลับมาแล้ว พวกเซ่อทั้งหลาย ฉันนี่แหละกุญแจสำคัญ ฉันคือ Half-blood Prince ฉันคือทายาท Gryffindor ฉันอยู่บนยอดของศิลาความรักของพ่อแม่ (Pillar of Storge) และฉันเป็นเจ้าของกาต้มน้ำลึกลับแห่งแนคเคิลเดิร์ก” (ชื่อรื่องที่เป็นไปได้ของเล่มเจ็ดนะนั่น ต้องขอบอกหน่อย)

งั้นทำไม ทำไม (ฉันได้ยินพวกเธอคร่ำครวญ) ถึงต้องตั้งนามสกุลเค้าว่า Evans เชื่อฉันเถอะเธอเสียใจในเรื่องนี้ได้ไม่เท่าฉัน Evan เป็นชื่อสามัญทั่วไปคนเยอแยะนามสกุล Evan ฉันไม่ได้คิดอะไรมาก ฉันจะเรียกเค้าว่า Smith ก็ได้ หรือ Jones (หรือ Black หรือ Thomas หรือ Brown ทั้งหมดชื่อสามัญคนใช้เยอะทั้งนั้น แต่ถ้าฉันใช้ Black, Thomas หรือ Brown ฉันก็ต้องมีปัญหากับพวกเธออยู่ดี)

ฉันจะพูดอะไรได้ หลายทฤษฎีที่พวกเธอคิดค้นกันขึ้นมามีความเป็นไปได้มาก เธอไม่รู้หรอกว่าฉันแอบดู FAQ โพลบ่อยแค่ไหน หวังแล้วหวังอีกว่าคำถามอื่นจะนำคะแนนขึ้นมา

เอาล่ะ เป็นอันสะสาง รถพร้อมทะเบียนปลอมจอกรออยู่หน้าประตู ฉันต้องไปติดหนวดปลอม…ลาก่อน

คุณจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับ Harry Potter เพิ่มอีกมั้ยหลังจากเล่มเจ็ด

– ถ้าพูดภึงนิยาย เนื้อเรื่องหล่ะก็ เป็นไปได้ยาก คงไม่ ฉันมีเรื่องเล่าพอแล้วในเจ็ดเล่ม และฉันก็ไม่เคยคิดจะดำเนินเรื่องต่อจากเล่มเจ็ด ฉันอาจทำเล่มแปดออกมาเพื่อการกุศล อาจเป็นประมาณสารานุกรม ฉันอาจจะเอาพวกข้อมูลที่ไม่ได้ใช้มาลง…ดูไปก่อน

(SPOILER WARNING)

คำทำนายที่ Harry ได้ยินในห้องทำงานของ Dumbledore ทำให้ฉันเข้าใจว่าทั้ง Harry และ Voldemort จะต้องตายทั้งคู่ จริงหรอคะ

– ทั้ง Madam Trelawney และตัวฉันเองได้เลือกใช้คำพูดอย่างระมัดระวังมากในคำทำนาย ฉันจะพูดแค่นี้หล่ะ

(SPOILER WARNING)

ทำไม Harry ถึงต้องลืมกระจกที่ Serius ให้ใน Order of the Phoenix ด้วย

– ฉันให้คำตอบทั้งหมดไม่ได้เพราะมันจะมีความสำคัญในเล่มหกและเจ็ด แต่คำตอบสั้นๆ ที่ฉันให้ได้ก็คือ Harry ตั้งใจจะไม่ใช้กระจกนั้น ในบทที่ 24 ก็บอกไว้แล้ว Harry พูดว่าเค้ารู้ว่าเค้าจะไม่มีทางใช้มันไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม เป็นครั้งนึงในชีวิตที่ Harry ไม่ได้จำนนให้ความอยากรู้อยากเห็น เค้าซ่อนกระจกไว้เพื่อไม่ให้มันล่อความสนใจตัวเอง แล้วพอถึงเวลาที่มันอาจมีประโยชน์ขึ้นมาเค้าก็ลืมมันไป
กระจกนั้นอาจไม่ได้ช่วยอะไรได้มากอย่างที่พวกเธออาจจะคิด แต่มันก็อาจจะช่วยได้มากกว่าที่พวกเธออาจจะคิดก็ได้ เธอต้องอ่านเล่มสุดท้ายแล้วจะเข้าใจ

(SPOILER WARNING)

ทำไม Harry ถึงเพิ่งเห็น Thestrals ใน ‘Order of the Phoenix’ เค้าน่าจะเห็นได้ตั้งนานแล้วหรอคะ เพราะเค้าเห็นการตายของพ่อแม่เค้า

– ฉันโดนถามคำถามนี้บ่อยมาก Harry ไม่ได้เห็นการตายของพ่อแม่เค้า เค้าอยู่ในเปล (อายุเพิ่งเลยขวบนึงมาหน่อยเดียวเอง) อย่างที่ฉันเขียนไว้ใน ‘Philosopher’s Stone’ ว่าเค้าเห็นแสงสีเขียว เค้าไม่ได้เห็นการตายของ Quirrell ด้วยเหมือนกัน เพราะเค้าหมดสติไปซะก่อน แต่เค้าได้เห็นการตายของ Cedric แล้วนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เค้าสามารถมองเห็น Thestral ได้ งั้นแล้วทำไมเค้าถึงไม่เห็นพวกมันตอนขากลับไปสถานีรถไฟ ตอนสิ้นปีสี่ล่ะใช่มั้ย ก็เพราะมันท้ายเล่มแล้ว ฉันไม่อย่างทิ้งท้ายด้วยอะไรลึกลับเพราะพวกเธอจะต้องรอคำเฉลยไปนาน ฉันก็เลยตัดสินใจว่าจนกว่า Harry จะหายช็อคจากการตายของ Cedric จากทุกอย่างที่เกิดขึ้น และเข้าใจในที่สุดว่าความตายหมายความว่าอะไร (จนเค้ายอมรับว่า Cedric จากไปแล้วจริงๆ และจะไม่มีวันกลับมาอีก ซึ่งเรื่องอย่างนี้ใช้เวลาไม่ว่าเธอจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม) จนกว่าจะถึงตอนนั้นเค้าจะยังไม่สามารถเห็น Thestral ได้ เพราะฉะนั้นหลังจากสองเดือนนอกโรงเรียนที่เค้ามีเวลาคิดทบทวนสิ่งต่างๆ แล้ว Thestral ถึงได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

Harry เอาแผนที่ Marauder กลับมาได้ยังไงในตอนจบของ ‘Goblet of Fire’
– เค้าแค่หยิบมันมาจากห้องทำงานของ Moody ตัวปลอมไงหล่ะ ฉันแค่ไม่ได้เขียนลงไปว่าเค้าทำอย่างนั้น บางทีฉันอาจจะเต็มประโยคนี้เข้าไปในฉบับพิมพ์ครั้งหน้า ฉันเดาเอาเองว่าพวกเธอคงจะเดาได้ว่าเค้าจะทำอย่างนั้น

ในตอนจบของ ‘Goblet of Fire’ พ่อแม่ของ Harry ออกมาจากไม้กายสิทธิ์ตามลำดับยังไง

– Lily ออกมาก่อน ตามด้วย James

ใน ‘Prisoner of Azkaban’ ทำไม Ministry of Magic ถึงไม่ส่งไปรษณีนกฮูกให้ Sirius แล้วตามรอยนกฮูกไปจับ Sirius

– ก็เหมือนกับที่พ่อมดแม่มดทำให้สถานที่ต่างๆ ให้ตามร่องรอยไม่ได้ เค้าก็ทำให้ตัวเองตามร่องรอยไม่ได้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้น Voldemort ก็โดนจับไปนานแล้วสิ

ใน Chamber of Secrets จะเกิดอะไรขึ้นกับ Ginny ถ้า Tom Riddle หนีออกมาจากไดอารี่นั้นได้

– ฉันยังตอบทั้งหมดไม่ได้จนเล่มเจ็ดจะเสร็จ แต่ฉันบอกได้ว่ามันจะทำให้ Voldemort ในปัจจุบันแข็งแรงขึ้นมาก

ทำไม Marcus Flint ถึงต้องเรียนซ้ำที่ Hogwarts ปีนึง

– ถ้าไม่ใช่ฉันเขียนผิดก็ Marcus สอบตกแล้วซ้ำปีนึง ฉันชอบอันที่ Marcus สอบตกมากกว่า

ใครเป็นอาจารย์ประจำบ้านของ Ravenclaw

– Professor Flitwick

คุณไปเอาความคิดมาจากไหน

– เป็นคำถามที่นักเขียนทุกคนโดนถามบ่อยมาก คำตอบคือ “จากในหัวฉันนี่แหละ” แต่คนส่วนมากไม่ชอบคำตอบนี้ มันน่าเบื่อมากแต่มันเป็นความจริง ฉันวาความคิดมันคงมาจากสิ่งที่เราเคยเห็น เคยได้ยิน แต่ฉันก็จำไม่ได้หรอกนะว่ามันมาจากเวลาไหน เมื่อไหร่ สำหรับฉันเวลานั่งอยู่ในมุมร้านขายกาแฟ แล้วนั่งมองดูกระดาษเปล่า พร้อมชาถ้วยใหญ่อยู่ข้างซ้าย ส่วนมือขวาถือปากกา นั่นแหละความคิดจะมาหา

คุณไปหาชื่อตัวละครมาจากไหน

ฉันเป็นพวกชอบ ”สะสม” ชื่อ คือชอบจำชื่อแปลกๆ ในที่สุดก็ได้เอามาใช้!! ฉันชอบชื่อ น่าเศร้ามั้ย ฉันชอบอ่านชื่อ สำหรับฉันเวลามองผ่านชื่อมันเหมือนมองผ่านกองของขวัญที่ยังไม่ได้แกะ แต่ละชื่อเป็นตัวแทนของคนทั้งคน อนุสรณ์สถาน สมุดโทรศัพท์ ชื่อหน้าร้านขายของ นักบุญ ผู้ร้าย หนังสือตั้งชื่อเด็ก ไล่มาเถอะ ฉันตั้งขึ้นเองด้วย อย่างอันที่ดังที่สุดก็คงต้องเป็น Quidditch

เฮอร์ไมโอนี่รักรอนหรือแฮร์รี่กันแน่?

– ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกคุณบางคนยังไม่เข้าใจเรื่องนี้อีก แต่ฉันจะไม่ตอบคำถามหรอกนะคะ เพราะนั่นจะทำให้การถกเถียงกันยุติ ซึ่งฉันสนุกกับตรงนั้นค่ะ

ได้โปรดมีหนังสือคาถาของฮอกวอตส์ได้บ้างมั้ย?

– อืมม…เอาละ ฉันไม่มีแผนว่าจะเขียนขึ้นมาหรอกนะคะ ฉันเกรงว่า มันไม่มีคาถาพิเศษอะไรของ”ฮอกวอตส์”หรอกค่ะ ไม่ว่ายังไงก็ตาม ก็แค่คาถาพ่อมดธรรมดาที่พ่อมด แม่มดที่สมบูรณ์จะเสกได้ถ้าพวกเขาใช้หนังสือที่ถูกน่ะค่ะ

จะมีนิตยสารของแฮร์รี่ พอตเตอร์ขึ้นได้มั้ย?

– ขอโทษนะคะ แต่นั่นจะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด ฉันคิดว่าแค่หนังสือกับภาพยนตร์ก็งานมากเพียงพอแล้วจริงๆนะ!

หนังสือเล่มที่เจ็ดจะมีชื่อตอนว่าอะไร?

– ไม่เคยลดละเลยใช่มั้ยคะพวกคุณทั้งหลาย? ฉันเดาว่าคุณคิดว่าวันไหนวันหนึ่งฉันจะระเบิดออกจากความกดดันแล้วหลุดปากบอกว่าเล่มเจ็ดมีชื่อตอนว่าอะไร ว้าวว…ฉันเกือบจะบอกไปแล้วล่ะค่ะ

หนังสือทุกเล่มจะหนาขึ้นกว่าเล่มก่อนหรือเปล่า?

– ไม่อย่างแน่นอนค่ะ ไม่งั้นเล่มเจ็ดคงมีน้ำหนักราวๆลูกฮิปโปสักตัวหนึ่ง ตามแผนที่วางไว้สำหรับหนังสือเล่มหก มันคงจะสั้นกว่า “ภาคีนกฟีนิกซ์”ซักหน่อยน่ะค่ะ ฉันจะไม่สาบานด้วยชีวิตของลูกๆฉันหรอกนะคะว่ามันจะเป็นไปตามนั้น แต่ฉันมั่นใจ 99% ล่ะค่ะ

Source : JK Rowling.com ||
Translated by : Candypop117 & Memome & PeaRtoNy [MuggleThai.com]

About admin

Check Also

Contact Her

คุณสามารถติดต่อ …

Powered by themekiller.com anime4online.com animextoon.com apk4phone.com tengag.com moviekillers.com