Harry Potter and the Order of the Phoenix

ภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟีนิกซ์


Harry Potter and the Order of the Phoenix 1  Harry Potter and the Order of the Phoenix


Production - เรื่องย่อ และโปรดักชั่น

Production - เรื่องย่อ และโปรดักชั่น

เมื่อมองจากถนน ลีฟส์เดนสตูดิโอในฮาร์ทฟอร์ดเชอร์ ประเทศอังกฤษ ดูเหมือนกับสวนธุรกิจขนาดยักษ์แห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีรันเวย์ไม่ใช้แล้วอยู่ด้านหลัง แต่เมื่อผ่านประตูทางเข้าของอดีตโรงงานโรลซ์รอยส์และโรงสร้างเครื่องบินเก่า เราจะถูกพาเข้าไปยังอีกโลกหนึ่งอย่างสิ้นเชิง โลกแห่งเวทมนตร์ พ่อมดแม่มดและความมหัศจรรย์ ลีฟส์เดนเป็นบ้านของภาพยนตร์ชุด Harry Potter ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายแสนรักของเจ.เค. โรว์ลิ่ง และเมื่อเดินสำรวจรอบๆ บริเวณสตูดิโออย่างรวดเร็วก็จะได้เห็นภาพจำนวนมากที่คุ้นตาบรรดาแฟนๆ พ่อมดน้อยสวมแว่นของโรว์ลิ่ง

ห้องโถงใหญ่ของฮอกวอตส์ตั้งอยู่บนซาวด์สเตจหนึ่ง ห้องสมุดของดัมเบิลดอร์ที่มีชั้นลอย และกล้องโทรทัศน์อันสวยงาม และห้องนั่งเล่นของกริฟฟินดอร์ซึ่งมีบันไดขึ้นไปยังห้องนอนของแฮร์รี่กับรอน บนอีกซาวด์สเตจเป็นศาลสูง ที่เคยได้เห็นกันแวบหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้า Harry Potter and the Goblet of Fire แต่เป็นฉากการตัดสินคดีในตอนล่าสุดที่จะออกฉายในเดือนกรกฎานี้ Harry Potter and the Order of the Phoenix และยังมีอีกหลายฉากใหม่ที่ถูดสร้างขึ้นมาเพื่อตอนที่ห้านี้โดยเฉพาะ รวมถึงอีกหลายต่อหลายห้องที่แตกต่างกันซึ่งใช้เป็นฉากภายในของกริมโมลด์เพลซ บ้านบรรพบุรุษของซิเรียส แบล็ก ห้องหนึ่งถูกตกแต่งอย่างเต็มไปรายละเอียด ม่านติดกำแพงที่เป็นแผนผังตระกูลแบล็ก เมื่อเข้าไปมองใกล้ๆ จะเผยให้เห็นความเชื่อมโยงที่ไม่เคยถูกเผยและน่าประหลาดใจระหว่างตัวละครหลายตัว… แต่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เมื่อก้าวออกมาด้านนอกของสตูดิโอ และเดินไปยังลานด้านหลัง ก็จะได้เห็นซอยพรีเว็ต ครบถ้วนไปด้วยบ้านเดอร์สลีย์ ที่อยู่ของแฮร์รี่ พอตเตอร์เมื่อกลับจากฮอกวอตส์ รวมทั้งรถเมล์อัศวินที่เคยได้เห็นกันในตอนนักโทษแห่งอัซคาบัน และรถฟอร์ดแองเกลียบินได้ซึ่งรอนเคยใช้ช่วยแฮร์รี่ไว้ใน Harry Potter and the Chamber Of Secrets ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรที่ถูกโยนทิ้งอย่างเผื่อว่าจะต้องถูกใช้อีกในเรื่องต่อไป ห้องโถงใหญ่ซึ่งมีโต๊ะประจำบ้านขนาดยักษ์ แต่ละโต๊ะสำหรับกริฟฟินดอร์, เรเวนคลอว์, ฮัฟเฟิลพัฟ, และสลิธีริน ตั้งอยู่ตรงนั้นนับแต่วันแรก พื้นทำจากหินยอร์คแท้ไม่ใช่ปูนพลาสเตอร์สึกกร่อนจากการถูกรองเท้าจำนวนมากของบรรดานักเรียนฮอกวอตส์ที่เหยียบย่ำเพื่อเข้าไปนั่งประจำที่ด้านใน สิ่งที่ตั้งหลบไว้ด้านหนึ่งหลังโต๊ะอาหารของครูคือเครื่องโลหะและแก้วที่เต็มไปด้วยรายละเอียด ที่ดูเหมือนนาฬิกาทรายขนาดยักษ์บรรจุลูกแก้วสีขนาดจิ๋วนับร้อยๆ ที่แสดงให้รู้ว่าแต่ละบ้านได้รับไปกี่คะแนน ซึ่งยังไม่เคยได้ปรากฎอยู่ในหนังตอนไหนมาก่อนเลย มันเป็นเพียงหนึ่งในรายละเอียดยิ่งใหญ่ที่น่าอัศจรรย์ และฝีมืออันเชี่ยวชาญที่สร้างโลกภาพยนตร์ของแฮร์รี่

อย่างไรก็ดีในวันนี้ห้องโถงใหญ่ว่างเปล่า การถ่ายทำกำลังดำเนินอยู่ที่ซาวด์สเตจข้างๆ ซึ่งผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์เจ้าของรางวัลออสการ์ สจ๊วต เครกและทีมงานฝีมือดีของเขาได้สร้างสรรค์ฉากด้านในของกระทรวงเวทมนตร์ มันเป็นโถงใหญ่ดูเหมือนถ้ำผสมโบสถ์ ยาว 250 ฟุต, กว้าง 120 ฟุต ซึ่งตามเนื้อเรื่องตั้งอยู่ใต้ถนนแถบไวท์ฮอลล์ของลอนดอน ดูคล้ายกันมากกับสถานีตถใต้ดินวิคตอเรีย แต่สะอาดกว่า ปราณีตกว่า และกว้างใหญ่กว่าอย่างมากๆ มีน้ำพุยักษ์ กับรูปปั้นทองรูปเซ็นทอร์ ก็อบลิน แม่มดอยู่ตรงกลาง เตาผิงจำนวนมาก ทั้งสองด้านเป็นกำแพงเซรามิคสีเขียวและทอง เตาผิงเหล่านั้นจะถูกใช้เป็นทางเข้าออกที่ทำงานของพ่อมดแม่มดในชั่วโมงเร่งด่วนของโลกเวทมนตร์

ในเวลานี้ กลุ่มคนหยุดนิ่งและเงียบสนิทในขณะที่ลอร์ดโวลเดอมอร์จอมมารร้ายซึ่งรับบทโดยราล์ฟ เฟนส์ยืนถือไม้กายสิทธิ์ ดวงตาเยือกเย็นและหมายเอาชีวิต ใบหน้าบางส่วนถูกครอบด้วยยางสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อถ่ายทำเสร็จจะถูกแต่งให้เขาดูเหมือนงู อีกฟากหนึ่งของโถงดัมเบิลดอร์-ไมเคิล แกมบอน ยกไม้กายสิทธิ์พร้อมที่จะปกป้องแฮร์รี่ พอตเตอร์ (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) ผู้ซึ่งล้มอยู่บนพื้นด้านหลังเขา ใบหน้าหวาดกลัว หลังชนกำแพง

เมื่อมีคำสั่ง เครื่องเป่าลมจำนวนมากถูกเปิดขึ้นพร้อมกัน กระชากและแหวกเสื้อคลุมพ่อมดของพวกเขา ก่อนคำว่า “แอ็คชั่น” ถูกขานขึ้นและสองผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองจะพุ่งคาถา (ตอนนี้ยังมองไม่เห็น) เข้าใส่กัน บนจอเราจะได้เห็นคาถาดุเดือดของพวกเขาปะทุ เป็นประกาย และประสานงากัน ทำให้เกิดมังกรไฟและคาถาชุดต่อๆมาที่ระดมยิงเข้าใส่กำแพงด้านบนและรอบตัวแฮร์รี่ผู้หมอบอยู่ด้วยความกลัว ผงปูนและฝุ่นร่วงลงมาใส่เขาไม่หยุด

เสียงที่ดังนั้นช่างเหลือเชื่อ ถึงแม้ฉากนี้จะยังไม่มีสเปเชียลเอ็ฟเฟ็ค แต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเขย่าขวัญ “มันน่าตื่นเต้นดี” แกมบอนเล่าแกมหัวเราะระหว่างช่วงพักการถ่ายทำ “และที่ช่วยได้มากก็คือเครื่องเป่าลมพวกนั้นที่พุ่งเข้าหน้า ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเรากำลังเจอปัญหาอยู่”

ฉากนี้อยู่ต่อจากจุดไคลแมกซ์ของเรื่อง Harry Potter and the Order of the Phoenix ซึ่งเป็นตอนหลังจากที่คนใกล้ชิดแฮร์รี่คนหนึ่งถูกสังหาร “เราเคยได้ยินเรื่องราวของคนที่ตกอยู่ในสงครามเกิดแรงกระตุ้นด้วยความหวังว่าพวกเขาจะหนีหลุดออกไปสู่อีกด้านหนึ่ง” แรดคลิฟฟ์หนุ่มน้อยวัย 17 กล่าวถึงสถานะที่แสนทรมาณของตัวละครเขา “มันมาถึงจุดที่แฮร์รี่ไม่แคร์ว่าเขาจะหลุดไปสู่อีกด้านนึงหรือไม่ เขาอยากจบเรื่องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เขาโดนทำร้ายอย่างหนักจนเนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลและเลือด”

ก่อนถ่ายทำแต่ละเทค เดวิด แยทส์ ผู้กำกับฯ หนุ่มอังกฤษเสียงเบาและเป็นหน้าใหม่ในภาพยนตร์ชุดHarry Potter เดินไปหาเฟนส์และแก้ไขอย่างรวดเร็วกับวิธีการถือไม้กายสิทธิ์ของโวลเดอมอร์ (ก่อนการถ่ายทำ แยทส์ได้ออกแบบท่าคร่าวๆ เพื่อฝึกให้พวกนักแสดงใช้ไม้กายสิทธิ์อย่างคงเส้นคงวาของในการใช้ไม้) “ราล์ฟเป็นนักแสดงที่อ่อนโยน และมีความคิดที่สุดที่เราอยากเจอ” เขากล่าวภายหลัง “ที่จริงแล้วเขาเป็นคนที่อ่อนโยนมากๆ แต่เขาเป็นนักแสดงที่เก่งและค้นพบด้านมืดของเขาและแสดงมันออกมาให้เราดู เวลาที่เขาเป็นโวลเดอมอร์ เขาจึงทำให้ทั้งห้องรู้สึกว่าเป็นอะไรที่น่ากลัว”

หลังจากรอดชีวิตมาได้จากเงื้อมมือจอมมารที่เพิ่งคืนชีวิตในตอนท้ายของหนังเรื่องก่อนหน้า — และได้เห็นเพื่อนนักเรียนฮอกวอตส์ เซดริก ดิกกอรี่ ตายด้วยน้ำมือจอมมาร — แฮร์รี่เริ่มต้นเรื่องที่ 5 ภายใต้เมฆหมอกความเศร้าและความกลัว ในขณะที่แฮร์รี่โตขึ้น ธีมของเรื่องในหนังสือก็ยิ่งมืดหม่นและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ “มันจะหวาดเสียวขึ้น มันจะซับซ้อน สะเทือนอารมณ์ขึ้นเรื่อยๆ มันจะมืดหม่นขึ้นเล็กน้อย” แยทส์อธิบายถึงสิ่งที่ผู้ชมควรคาดหวังจากหนังเรื่องที่ห้า “มันเป็นห้วงเวลาของพัฒนาการของหนังเหล่านี้ เพราะว่าพวกเด็กๆ โตขึ้นแล้ว พวกเขาจึงต้องเจอกับความซับซ้อนและสับสนเพิ่มขึ้น และเรื่องของโจ (โรว์ลิ่ง) ก็มืดหม่นขึ้น และเริ่มที่จะเป็นธีมที่น่าสนใจทุกอย่าง เรามีทุกอย่างในตอนนี้ที่พวกผู้ชมจะต้องชื่นชอบ ความขี้เล่นและพวกตัวละครก็ได้รับการปูพื้นอย่างหนักแน่น แต่เราก็เริ่มที่จะถักทอธีมที่น่าสนใจมากหลายอย่าง มันจึงเป็นการผสมผสานของเรื่องราวสนุกสนานที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีธีมที่น่าสนใจซึ่งเป็นไปได้อยู่เบื้องลึก”

และเมื่อโวลเดอมอร์เป็นอิสระ มีพละกำลังและเสาะหาพวกผู้เสพความตายผู้ภักดีต่อด้านมืดของเขา แฮร์รี่ก็พบว่าตนเองตกเป็นเป้าหมายอีกครั้ง ปัญหาของเขาไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ คอร์นีเลียส ฟัดจ์ (ทิโมธี่ เวสท์) ซึ่งปฏิเสธที่จะยอมรับการกลับมาของโวลเดอมอร์ ตราหน้าแฮร์รี่ว่าโกหกและตัวก่อปัญหา “เขาพยายามทำให้โลกพ่อมดแม่มดเข้าใจผิดๆ ในเรื่องการรักษาความปลอดภัย” แรดคลิฟฟ์กล่าวถึงฟัดจ์ผู้ไม่ยอมรับความจริง ว่าแทนที่จะรับมือกับการข่มขู่ของโวลเดอมอร์กลับส่งลูกน้องจากกระทรวงผู้คลั่งสีชมพู รักแมว โดโลเรส อัมบริดจ์ (อิเมลด้า สทอนตัน) มายังฮอกวอตส์เพื่อรับตำแหน่งอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด แต่อัมบริดจ์จ้องรางวัลชิ้นใหญ่กว่านั้น —ทำให้ดัมเบิลดอร์หลุดจากเก้าอี้และดูแลฮอกวอตส์ด้วยตนเอง

“บางครั้งพวกตัวลพครที่ดูเหมือนอ่อนโยนและชอบช่วยเหลือ อาจมีบางอย่างที่บกพร่องอย่างมากที่ซ่อนอยู่ภายใน” แยทส์กล่าว “อย่างลูปิน มนุษย์หมาป่าที่อยู่ในเรื่องที่สาม อ่อนโยนและน่ารัก แต่เขามีความลับที่เลวร้าย และในคราวนี้โดโลเรส อัมบริดจ์ มีพวกแมวขนฟูน่ารัก และช่างแสนจะอ่อนหวาน [แต่] ภายใต้นั้นเธอเป็นคนที่บกพร่องอย่างมากๆ”

ที่ฮอกวอตส์ อัมบริดจ์สั่งระงับการใช้คาถารวมทั้งการแข่งควิดดิช และเริ่มออกกฎษฎีกาทางการศึกษาอย่างนับไม่ถ้วน (ที่ตลก : “ไม่อณุญาตให้นักเรียนชายและนักเรียนหญิงอยู่ใกล้กันในระยะ 8 นิ้ว” “ไม้กวาดทุกอันจะถูกเก็บไว้โดยอาจารย์ใหญ่เพื่อความปลอดภัย”) และทำให้ตัวเธอเองไม่ได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งพวกนักเรียนและครูเช่นเดียวกัน “เธอทำตามคำสั่ง” สทอนตันยืนยัน “แต่ฉันก็คิดว่าเธอรู้ว่าสิ่งที่กระทรวงเวทมนตร์สั่งมาไม่ใช่เพียงเพื่อให้ทำงาน เธอจึงจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองและจัดระเบียบฮอกวอตส์เสียใหม่ โดยเฉพาะกับแฮร์รี่”

“เธอเป็นพวกคลั่งอำนาจ” แรดคลิฟฟ์บอก “แต่เธอก็ชื่นชมคอร์นีเลียส ฟัดจ์ และมีช่วงนึงในหนังที่สนุกเมื่ออัมบริดจ์กำลังจะทำในสิ่งที่เธอรู้ว่าฟัดจ์จะไม่เห็นด้วย เธอมีรูปเขาอยู่บนโต๊ะ แล้วเธอก็เดินไปคว่ำรูปเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเขา เหมือนว่าเขาจะได้ไม่เห็นหน้าเธอ ในขณะที่เธอทำในสิ่งที่เขาไม่เห็นด้วย เธอร้ายกาจแต่ก็มีความน่าสงสารในตัวที่เธอค่อนข้างเป็นคนที่เศร้า และไม่มีความหวัง เราเกือบจะรู้สึกสงสารเธอด้วยซ้ำ”

แต่การต่อต้านการใช้เวทมตร์ของอัมบริดจ์และแนวโน้มความบ้าอำนาจของเธอ กลายเป็นสิ่งที่หลุกเร้าแฮร์รี่และเพื่อนๆ รอน (รูเพิร์ท กรินท์) และ เฮอร์ไมโอนี่ (เอ็มม่า วัตสัน) และบรรดาเพื่อนนักเรียนฮอกวอตส์ที่คิดเหมือนกันได้จับกลุ่มก่อตั้ง D.A. หรือกองทัพดัมเบิลดอร์ ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ใต้ดินอย่างที่แรดคลิฟฟ์เปรียบว่าเหมือนกับ French Resistance ในระหว่างที่แฮร์รี่เองก็ได้รับการปกป้องจากภาคี ซึ่งเป็นองค์กรลับที่ก่อตั้งโดยดัมเบิลดอร์เพื่อต่อสู้กับโวลเดอมอร์และสาวก บรรดาสมาชิกประกอบด้วยพ่อทูนหัวของเขา ซิเรียส แบล็ก (แกรี่ โอลด์แมน) และอดีตครูสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด รีมัส ลูปิน (เดวิด ธิวลิส)

แต่กระนั้น แฮร์รี่ยังรู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งกว่าที่เคย “มันมีแกนพื้นฐานที่ดำเนินไปตลอด [เรื่อง] ความคิดพื้นฐานที่ว่าแฮร์รี่เป็นคนนอก รู้สึกถูกกีดกันทอดทิ้งจากทุกคนและจากดัมเบิลดอร์ จากอัมบริดจ์ จากเพื่อนๆ ” เดวิด เฮย์แมน ผู้อำนวยการสร้างของแฮร์รี่ พอตเตอร์กล่าว “มันเป็นหนังสะเทือนอารมณ์ ผมคิดว่ามันเป็นหนังที่ค่อนข้างสะเทือนอารมณ์ มีคตวามเจ็บปวดแต่ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนาน เราเข้าไปในหัวของแฮร์รี่จริงๆ รู้สึกไปกับเขา สัมผัสกับความแปลกแยกของเขา และสนุกไปกับการถูกนำกลับมาและต่อสู้กับสิ่งที่เขาเชื่อมั่น”

ผู้อำนวยการสร้างเฮย์แมนเป็นผู้ที่ดูแลงานให้กับภาพยนตร์ชุด Harry Potter มาตั้งแต่เริ่มต้น และพิสูจน์ถึงความหลักแหลมอย่างยิ่งในการเสาะหาผู้กำกับฯ ให้กับแต่ละตอน โดยมีอัลฟองโซ คัวรอน (Harry Potter and the Prisoner of Azkaban) และไมค์ นิวเวลล์ (Harry Potter and the Goblet of Fire) ทั้งคู่ให้ความนับถือกับสิ่งที่ถูกปูพื้นไว้โดยคริส โคลัมบัส ซึ่งได้กำกับฯ 2 เรื่องแรกไว้ และยังนำความแปลกใหม่มาสู้ตอนต่อๆ ไป ตัวเลือกสำหรับเรื่องที่ 5 ของเขาอาจเป็นความน่าประหลาดใจที่สุดเท่าที่เคยมา — ซึ่งเป็นไปในทางดี ถึงแม้ว่าแยทส์จะเคยกำกับฯ ภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียวมาก่อนหน้านี้ ที่มีคนเห็นไม่มากเรื่อง The Tichborne Claimant ผลงานโทรทัศน์ — State Of Play, Sex Traffic และ The Girl In The Caf? — และได้รับความนิยมอย่างมากทั้งสองฟากแอตแลนติค และได้แสดงให้เห็นไม่เพียงแต่ความสามารถต่อพวกนักแสดงอย่างโดดเด่น แต่ยังรวมถึงพลังในการรับมือกับเรื่องอ่อนไหวและการเมืองอีกด้วย

“นี่เป็นตอนที่เกี่ยวกับการเมืองมากที่สุดของทุกเรื่อง” เฮย์แมนกล่าว “ไม่ใช่การเมืองระดับสูงแต่ระดับเล็ก มันเป็นประเทศ โลกที่โหดร้ายด้วยการสงคราม สิ่งที่เรากำลังเผชิญคือพลังชั่วร้ายที่กำลังทวีพลังขึ้นและมาตรการที่โหดร้ายของทางกระทรวงที่กีดกันไม่ให้พวกเด็กๆ พบหนทางป้องกันตนเองได้ มันมีความขีดแย้งและการเมืองอย่างมากในเนื้อหาและข้างใต้ของเรื่อง ผมคิดว่าเดวิดคงจะรับมือได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเคยเจอมันมาแล้วในอดีต และเขาดูเป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุดในแง่นั้น ในฐานะผู้กำกับฯ เขาให้ความสนใจอย่างมากกับตัวละครและหัวใจของตัวละคร และอีกครั้งเป็นอะไรที่เหมาะสมมากกับเรื่องนี้ มันเป็นส่วนที่ท้าทายที่สุดสำหรับแดน”

ในส่วนของเขา แยทส์ยอมรับว่าเขาประหลาดใจอย่างมากตอนที่ถูกเรียกตัว “เพราะเนื้องานของผมเป็นเรื่องดราม่าผู้ใหญ่ สะเทือนอารมณ์ และผมไม่คุรเคยกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ในแนวแบบนั้น” เขาย้อนความทรงจำ “ผมติดหนึบกับหนังสือและรักมันมาก ผมคิดว่ามันเข้มข้นอย่างมากทั้งตัวละครและเรื่อง และโลกของมันเองก็ถูกถ่ายทอดอย่างยอดเยี่ยม สิ่งที่ผมมชอบเกี่ยวกับวัตถุดิบก็คือ โดยพื้นฐานสิ่งที่เรามีคือประสบการณ์ที่สมจริงของการเติบโตขึ้น ผมคิดว่าความเก่งของโจก็คือ a) การสร้างตัวละครที่เราสื่อถึงได้ และ b) เธอเก็บเกี่ยวเศษเสี้ยวของความเป็นเด็ก ส่วนของการอยู่ในโรงเรียน ส่วนของการถูกเพื่อนแกล้ง ส่วนของการจูบครั้งแรก มันเต็มไปด้วยเรื่องพวกนี้ที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนจริงและสมจริง และมันก็ยังเกิดขึ้นในโลกที่ไม่ธรรมดานี้”

หนึ่งในกลุ่มตัวละครใหม่ๆ ที่ถูกแนะนำตัวในหนังเรื่องนี้ก็คือเบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ ลูกพี่ลูกน้องผู้ร้ายกาจของซิเรียส แบล็ก หนึ่งในบรรดาผู้เสพความตายของโวลเดอมอร์ ซึ่งรับบทโดยนักแสดงชื่อดัง เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ “เธอเป็นบ้า” บอนแฮมกล่าวถึงตัวละครในชุดหนังของเธอ ซึ่งก่อนหน้าเรื่องนี้ได้ถูกคุมขังมาถึง 14 ปีที่อัซคาบัน “เธอต้องใช้ชื่อนั้น เธอเป็นเหมือนสัตว์ร้ายที่เป็นอิสระ เธอมีความสับสนทางบุคลิกภาพ ฉันคิดว่าเธออาจจะมีบุคลิกที่แตกต่างกันหลายบุคลิก เธอมีด้านของความเป็นเด็ก 4 ขวบ เธอมีความซาดิสต์ นั่นเกือบจะเป็นเด็ก 8 ขวบในเรื่อง Lord of the Flies ซึ่งชื่นชอบกับความบันเทิงที่ได้เด็ดปีกแมลงวัน เธอเป็นพวกมีตระกูลด้วย — เธอมาจากตระกูลแบล็ก แต่แล้วเธอก็ยังไม่กระดาก เพราะว่าเธอติดคุกมาเป็นเวลานาน”

อีกหนึ่งหน้าใหม่ที่ไม่ได้มาจากตระกูลสูงในหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์ คือนิมฟาดอร่า ทองส์ สมาชิกของภาคีนกฟีนิกซ์ รับบทโดยนาตาเลีย เทน่า แม่มดที่ผมเปลี่ยนสีได้ตามอารมณ์ “ปกติแล้วจะสีม่วง แต่เวลาโกรธมันจะแดง และในฉากที่เธอเจ็บปวดมันสีขาว” เทน่ายอมรับว่าได้เห็นตัวตนที่เป็นเด็กของเธอในส่วนใหญ่ของตัวละคร “ตั้งแต่อายุ 13 เมื่อย่างเข้าวันรุ่น ฉันตัดสินใจว่าจะไม่เป็นเด็กผู้ชายอีกแล้ว ฉันเคยเป็นทอมบอขนานแท้ ฉันเปลี่ยนทรงผมเป็นปีๆ มันเริ่มต้นจากสีชมพูเข้มและฉันก็เคยมีผมมาแล้วทุกสี”

คนที่เข้าจังหวะกับโลกของแฮร์รี่ได้อีกคนคือสาววน้อยหน้าใหม่วัย 15 อีแวนน่า ลินช์ แฟนตัวยงของเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อ 8 ขวบ ลินช์ได้เขียนติดต่อกับเจ.เค. โรว์ลิ่งมาก่อนหน้าที่จะเอาชนะเด็กสาวอีก 15,000 คนกับบทของลูน่า เลิฟกู้ด นักเรียนหญิงผู้ประหลาดแห่งบ้านเรเวนคลอว์ ที่เข้าร่วมการต่อสู้ของแฮร์รี่กับพลังด้านมืด ในแบบเทพนิยายโดยแท้ที่ลินช์ได้พบกับนักเขียนเมื่อโรว์ลิ่งมาเยี่ยมกองถ่าย “ลูน่าเป็นอิสระ” ลินช์อธิบาย “ฉันคิดว่าเธอรู้ว่าคนอื่นๆ คิดว่าเธอเพี้ยนยแต่เธอไม่เห็นว่าสำคัญที่จะต้องเปลี่ยน เธอเป็นครูให้กับแฮร์รี่; เธอคอยดูแลเขาและนำทางให้เขา”

ที่จริงแล้วในเรื่องนี้ แฮร์รี่ต้องการความช่วยเหลือเท่าที่จะหาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ที่เขาต้องรับมือกับหลากหลายเรื่องราวในชีวิตเขา เขายังต้องก้าวข้ามเส้นทางที่แสนอันตรายซึ่งก็คือจูบแรกของเขา กับเพื่อนักเรียนโช แชง รับบทโดยเคธี่ เหลียง “ผมตื่นเต้นในตอนแรกพอๆ อกับเคธี่” แรดคลิฟฟ์ท้าวความถึงวันที่ยิ่งใหญ่ “แต่มันยอดมาก จริงๆ แล้วมันเหมือนกับการถ่ายฉากอื่นๆ เพราะว่ามันไม่ได้ดูเซ็กซี่หรือโรแมนติคหรือปลุกอารมณ์อะไรเลย การจูบเป็นเหมือนกับการเดินขึ้นบันได — ‘เขยิบไปทางขวาอีกนิดเพราะอยู่ในเงามืด’ หรือ ‘เธอคนนึงกำลังบังอีกคนนึงอยู่’ — มันเหมือนกับเรากำลังถ่ายช็อตเท”

ไม่ใช่เพราะนั่นเป็นจูบแรกในจอของแรดคลิฟฟ์ “ผมเคยจูบในจอมาแล้วในเรื่อง December Boys แต่นี่มันเรื่องใหญ่เพราะว่าเป็นแฮร์รี่” เขากล่าว “ในขณะที่ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นศูนย์กลางของเรื่อง ผมอาจพูดว่ามันเป็นเหตุผลหนึ่งสำหรับคนจำนวนมากที่จะไปดูหนังเรื่องนี้ หลายคนอยากไปดูจูบ มันจึงมีความกดดันตรงนั้น แต่ผมหวังว่าคนดูจะไม่คาดหวังอะไรเกินไป เพราะว่ามันเป็นช่วงเวลาที่หวานๆ นิดหน่อย”

แรดคลิฟฟ์กล่าวว่าเขาสนุกกับการทำงานกับแยทส์ การร่วมงานอย่างใกล้ชิดของพวกเขาทำให้เขาได้แสดงออกมากขึ้นในฐานะนักแสดงกว่าในหนัง 4 ตอนที่ผ่านมา – โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากที่แฮร์รี่สูญเสียคนสำคัญในชีวิตของเขา “มันเป็นการแสดงชิ้นที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา เพราะว่าผมไม่เคยสูญเสียใคร” แรดคลิฟฟ์เผย “ผมเลยต้องใช้พื้นฐานอารมณ์จากจินตนาการและความอ่อนไหว เราใช้เวลาตลอดทั้งเช้าทำงานและเดวิดก็ว่า ‘เราได้สองสามเทคที่ดีมากแล้ว แต่ก็ยังมีส่วนที่ผมคิดว่าน่าจะดีกว่าและสมจริงกว่านี้’ เขาไม่เคยยอมเลิกง่ายๆ เขาอยากให้ทุกอย่างสมจริงที่สุดซึ่งเป็นเรื่องดีมากเพราะควรเป็นอย่างนั้น ผมคิดว่าความแตกต่างในการแสดงของผมคราวนี้จะมีรายละเอียดมากกว่าที่เคยเป็นมา”

“ผมคิดว่าต่อไปแดนจะเป็นคนสำคัญในวงการภาพยนตร์ของเรา” แยทส์กล่าวต่อถึงดาราของเขา “เขาเก่งมาก มีหลักเกณฑ์ และมีความเห็นอกเห็นใจ สิ่งที่ผมสังเกตุในการทำงานกับเขาในช่วงปีนึงก็คือการที่เขาโตเร็วมาก ไม่ใช่ร่างกายแต่เป็นทักษะการแสดง ในความเต็มใจเรียนรู้และผลักดันตัวเองและถูกหลักดัน ผมคิดว่าการแสดงของเขายอดเยี่ยม มันแตกต่างไปจากเรื่องอื่นๆ ในแง่ที่มันเข้มข้นและสะเทือนใจ แต่เขายอมรับความท้าทาย”

แยทส์ทบทวนถึงการพบกันของเขาและแรดคลิฟฟ์กับที่ปรึกษาด้านอารมณ์เศร้าก่อนถ่ายทำ เพื่อรับรู้ถึงประเด็นต่างๆ ที่แฮร์รี่ต้องรับมือในหนัง: “แดนกับผมนั่งอ้าปากค้างกันตอนได้ฟังเรื่องอารมณ์เศร้าๆ พวกนั้น แล้วเขาก็ซึมซับทุกอย่าง เขาเป็นเหมือนฟองน้ำ เขาดูดทุกอย่างไว้ เธอบอกกับเราว่าพวกหมอมีปฏิกิริยาอย่างไรกับการตายของคนไข้ อีก 9 เดือนต่อมาตอนที่เรากำลังถ่ายทำฉากการตายกัน และผมก็พยายามหาาคำที่จะพูดกับเขาแล้วเขาก็พูดว่า ‘เหมือนหมอที่เสียคนไข้ไปใช่ไหมt?’ และผมก็ตอบว่า ‘ใช่ ยังงั้นแหละ’”

การแสวงหาทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน หรือเวทมนตร์มีความสำคัญต่อแยทส์แค่ไหน “สิ่งที่สำคัญสุดสำหรับผมคือการทำให้แน่ใจว่าความสัมพันธ์เป็นเหมือนจริง และเป็นความท้าทายด้านอารมณ์สำหรับพวกเขาทุกคน” แยทส์กล่าว “ผมอยากจะเชื่อในโลกและตัวละคร และไม่ใช่ในแบบจินตนาการที่เข้มข้นจนเราต้องตื่นตา ถ้าเราเชื่อในความสัมพันธ์ โลกจะเป็นจินตนาการมากกว่าเพราะว่ามันมีความหมายบางอย่าง”

วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ภูมิใจเสนอผลงานของ Heyday Films Production “Harry Potter and the Order of the Phoenix” ภาพยนตร์แสดงโดยแดเนียล แรดคลิฟฟ์, รูเพิร์ท กรินท์, เอ็มม่า วัตสัน, เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์, ร็อบบี้ โคลเทรน, วอร์วิค เดวิส, ราล์ฟ เฟนส์, ไมเคิล แกมบอน, เบรนแดน กลีสัน, ริชาร์ด กริฟฟิธส์, เจสัน ไอแซคส์, แกรี่ โอลด์แมน, อลัน ริคแมน, ฟิโอน่า ชอว์, แมกกี้ สมิธ, อิเมลด้า สทอนตัน, เดวิด ธิวลิส, เอ็มม่า ทอมป์สัน และจูลี่ วอลเตอร์ส

ภาพยนตร์กำกับการแสดงโดยเดวิด แยทส์จากบทภาพยนตร์โดยไมเคิล โกลเดนเบิร์ก จากนิยายโดย เจ.เค. โรว์ลิ่ง เดวิด เฮย์แมน เป็นผู้อำนวยการสร้าง และไลโอเนล วิแกรมรับหน้าที่ผู้อำนวยการบริหาร ทีมครีเอทีฟหลังกล้องรวมไปถึงผู้กำกับภาพ สลาโวเมีย อิดเซียค, ผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์ สจ็วต เครก, ผู้ลำดับภาพ มาร์ค เดย์, และผู้ประพันธ์เพลงประกอบ นิโคลัส ฮูเปอร์, เจนี่ เทมิเมเป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Order of the Phoenix จัดจำหน่ายโดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส หนึ่งในกลุ่มบริษัทวอร์เนอร์ บราเดอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์

IMAX®, IMAX 3D®, IMAX DMR?, IMAX MPX®, The IMAX Experience® และ IMAX 3D Experience® เป็นเครื่องหมายการค้าของ IMAX Corporation

Harry Potter and the Order of the Phoenix จัดจำหน่ายโดย วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส หนึ่งในกลุ่มบริษัท วอร์เนอร์ บราเดอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์

© Warner Bros. No other uses are permitted without the prior written consent of owner. Use of the material in violation of the foregoing may result in civil and/or criminal penalties.

Harry Potter, ตัวละคร, ชื่อ และสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้อง และโลโก้รูปโล่ห์, Warner Bros. และสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้อง เป็นเครื่องหมายการค้าของ Warner Bros. TM & © 2001

Cast – นักแสดง

Cast – นักแสดง



ตัวละคร : แฮร์รี่ พอตเตอร์
แสดงโดย : แดเนียล แรดคลิฟฟ์

แดเนียล แรดคลิฟฟ์ (แฮรี่ พอตเตอร์) อายุ 18 ปี ได้กลับมารับบทแฮร์รี่ พอตเตอร์อีกครั้งหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Order of the Phoenix ภาคที่ห้าในภาพยนตร์ชุดเรื่องดัง Harry Potter อีกทั้งในครั้งนี้ เขาได้กลับมาพร้อมกับการเซ็นสัญญาที่จะแสดงหนังชุดนี้ไปจนถึงภาคที่เจ็ด ซึ่งเป็นภาคสุดท้าย(ออกฉายในปี 2010)

การเข้ามารับบทเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ พ่อมดน้อย ทำให้แดเนียลได้รับการยอมรับจากทั่วโลกและจากรับรางวัลจาก Variety Club ของ Great Britain’s Best Newcomer Award ซึ่งออกฉายในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2002 ในช่วงเดือนเมษายนปี 2002 นั้นเขายังได้รับเกียรติรับรางวัลอันทรงเกียรติ David Di Donatello Award ซึ่งมอบให้โดย Intaly’s Ente David Di Donatello สำหรับบทบาทอันยอดเยี่ยมที่เขาแสดงเป็นแฮร์รี่และสำหรับความทุ่มเทของเขาที่มีให้กับอนาคตของภาพยนตร์

แดเนียล ได้เริ่มงานแสดงทางโทรทัศน์ของ British Channel ในเดือนธันวาคมปี 1999 เมื่อเขารับบทของเดวิด คอพเพอร์ฟิลด์ในตอนเด็กทางโทรทัศน์ช่อง BBC โดยได้รับการกล่าวขวัญเป็นอย่างมากจากเรื่อง David Copperfield ซึ่งเป็นดราม่าที่กำกับการแสดงโดยไซมอน เคอร์ติส โดยรับบทเป็น ดาม แมคกี้ สมิธซึ่งในตอนนี้ได้ร่วมแสดงกับเขาเป็นศาตราจารย์ มักกอนนากัล

ก่อนหน้าที่จะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter ในตอนแรกเขาได้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาโดยแสดงเป็นลูกชายของ เจมี่ ลี เคอร์ติสและเจฟฟรีย์ รัช ในผลงานของ จอห์น บอห์แมนเรื่อง The Tailor of Panama

ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมปี 2002 เขายังได้เป็นแขกรับเชิญแบบเซอร์ไพร์ซให้กับคอมเมดี้ที่ได้รับรางวัลหลายตอนของ โอลิวิเยร์ เรื่อง The Play What I Wrote ซึ่งกำกับการแสดงโดย เคนเน็ธ บรานาห์ ที่โรงละคร Wyndhams Theatre ในย่านลอนดอน เวสท์ เอนด์

ต่อมาในช่วงปี 2006-2007 ได้มีผลงานที่ทำให้แฟนๆหลายคนของแดนต้องตะลึงกับงานแสดงที่พลิกบทบาทพ่อมดหนุ่มน้อยไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งก็คือละครเวที เรื่อง The Equus เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชายหนุ่มผู้ซึ่งหลงใหลในตัวมาก จนเกิดอาการทางจิตหลังจากที่เขาได้เข้าทำร้ายดวงตาของมา แดนถึงกับยอมที่จะลงทุนเปลื้องผ้าทั้งหมดต่อหน้าคนดู ในละครเวทีเรื่องนี้ มี ริชาร์ด กริฟฟิธ(ลุงเวอร์นอน) ร่วมแสดงอีกด้วย เหตุผลที่แดนเลือกบทนี้ละครเรื่องนี้ คือเขาต้องการที่จะได้แสดงในบทบาทที่แตกต่างออกไป และก็ยังเป็นการพิสูจน์ว่าเขาไม่ทำได้เพียงแค่บทของพ่อมดน้อยเท่านั้น

แดนเนียล ยังรับงานแสดงภาพยนตร์เรื่องอื่นๆควบคู่ไปด้วย ซึ่งก็คือ December Boys ดัดแปลงจากนิยายคลาสสิคของไมเคิล นูแนน เรื่องราวของแก๊งเพื่อนเด็กกำพร้าสี่คนที่ได้ใช้ชีวิตช่วงฤดูร้อนกับครอบครัวที่น่ารักที่อยู่ริมทะเลสาบอันสวยงาม แล้วเพื่อนกลุ่มนี้ก็ต้องมาชิงดีชิงเด่นกันเพื่อจะให้ครอบครัวที่น่ารักรับคนหนึ่งคนใดเป็นลูกบุญธรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือทั้งสี่ได้เรียนรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ครอบครัว”

ในช่วงเวลาว่าง แดเนียลสนใจทางด้านภาพยนตร์และดนตรีโดยเฉพาะอย่างยิ่งวงดนตรีเพลงร๊อคและวงอินดี้ของประเทศอังกฤษ

ตัวละคร : รอน วีสลีย์
แสดงโดย : รูเพิร์ต กรินท์

หนุ่มน้อยอายุ 19 ปี รูเพิร์ท กรินท์ (รอน วีสลีย์) เจ้าของคำอุทาน “Bloody Hell” กลับมารับบทเดิมที่เคยแสดงเป็นน้องชายสุดท้องของตระกูลวีสลีย์และเพื่อนรักที่สุดของแฮร์รี่ย์ ถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Sorcerer’s Stone จะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาในวงการบันเทิง ความสามารถที่เป็นธรรมชาติของเขาทำให้เขาได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และสาธารณชนและยังได้รับการเสนอชื่อสำหรับนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมของ British Critics’ Circle

ตั้งแต่เริ่มถ่ายทำภาพยนตร์ Harry Potter เรื่องแรกเขาได้ร่วมแสดงกับ ไซมอน คัลโลว์และสตีเฟน ฟราย เป็นศาสตราจารย์หนุ่มน้อยที่เสียสติในผลงานของ ปีเตอร์ ฮิววิตต์เรื่อง Thunderpants และตัวเขาได้ร่วมแสดงอีกครั้งเมื่อไม่นานนี้ในบทบาทของ รอน วีสลีย์ในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Chamber of Secrets , Harry Potter and the Prisoner of Azkaban, Harry Potter and the Goblet of Fire และล่าสุดคือ Harry Potter and the Order of the Phoenix รูเพิร์ต เป็นนักแสดงอีกคนที่ได้เซ็นสัญญาในการแสดงในหนังชุดนี้ไปจนถึงภาคสุดท้าย

ผลงานอีกเรื่องที่รูเพิร์ทได้แสดงไปก็คือภาพยนตร์เรื่อง Driving Lessons ซึ่งมี จูลี่ วอลเตอรส์(คุณนาย วิสลีย์) ร่วมแสดงอีกด้วย

รูเพิร์ท เป็นพี่คนโตของน้อง ๆ ห้าคนและมีความคล้ายคลึงกับความเป็นรอน ที่ไม่น้อยไปกว่าการที่ต้องใส่เสื้อผ้าต่อจากพี่ ๆ หรือมีความรักในของหวานอย่างไม่รู้จักเบื่อของเขา รวมถึงการที่เขากลัวแมงมุมเหมือนกับรอน

ก่อนหน้าที่จะได้รับบทบาทของ รอน วีสลีย์นี้เขาได้ร่วมแสดงละครของโรงเรียนโดยร่วมกับกลุ่มละครท้องถิ่น การแสดงของเขารวมไปถึงบทบาทของแก๊งค์รูสเตอร์ในเรื่อง Annie และละครเรื่อง Peter Pan โดยแสดงเป็น รัมเปิ้ลสติลสกิ้นในเรื่อง Grimm Tales

เขาเติบโตเป็นหนุ่มขึ้นมากจากแรกเริ่มที่ผู้ชมได้ตอบรับเขาเมื่อหลายปีก่อน ในฐานะหนุ่มน้อยวีสลีย์ที่ดูไม่จืดและน่าขัน และตอนนี้เขากลับกลายเป็นหนุ่มอายุ 19 ที่มีความมั่นใจ เราจะพบรูเพิร์ทได้ตามสนามกอล์ฟในเวลาว่างที่เขาไม่ต้องแสดงภาพยนตร์

ตัวละคร : เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์
แสดงโดย : เอ็มม่า วัตสัน

สาวอายุ 17 เอ็มม่า วัตสัน (เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์) กลับมารับบทบาทที่แสดงอย่างยอดเยี่ยมอีกครั้งสำหรับหนอนหนังสือที่มีใจอ่อนโยนอย่าง เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ ถึงแม้ว่าบทบาทนี้จะต้องเริ่มที่จะพัฒนาความสนใจในหลายสิ่งหลายอย่างนอกเหนือไปจากหนังสือในตอนนี้ เธอเคยกล่าวเกี่ยวกับบทบาทของเธอใน The Goblet of Fire ว่าเฮอร์ไมโอนี่เริ่มมีบทบาทว่าเธอต้องรับผิดชอบคล้ายๆกับแม่ของแฮร์รี่ ไม่ว่าเธอจะเป็นห่วงเขา คอยช่วยเหลือเขาในทุกด้านในฐานะเพื่อนสนิทคนหนึ่ง แน่นอนว่าเราจะได้เห็นบุคลิกของเฮอร์ไมโอนี่แบบนี้ ใน หนังภาคล่าสุด The Order of the Phoenix และภาคต่อๆไปแน่นอน

ในการรับบทเป็น เฮอร์ไมโอนี่ในภาพยนตร์เป็นการแสดงเรื่องแรกในวงการบันเทิงของเธอ ถึงแม้ว่าความสามารถของเธอจะแสดงออกมาให้เห็นตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก

ผลงานการแสดงที่ยอดเยี่ยมของเธอในบทบาทของ เฮอร์ไมโอนี่ได้ทำให้เอมม่าได้รับเกียรติมากมายจากทั่วโลกรวมถึงรางวัล AOL Award สองปีติดต่อกันในฐานะนักแสดงสนับสนุนยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Chamber of Secrets และเรื่อง Harry Potter and the Prisoner of Azkaban เธอยังได้รับการลงคะแนนสำหรับดารานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Prisoner of Azkaban จากนักอ่านของนิตยสาร Total Film

ล่าสุด เอมม่าได้เซ็นสัญญาที่จะร่วมแสดงในภาพยนตร์โทรทัศน์ เรื่อง The Ballet Shoes ซึ่งเธอจะรับบทเป็นพี่สาวคนโตจากเด็กหญิง 3 คนที่ต้องฝ่าฟันชีวิตอันลำบากจนกระทั่งได้รับโอกาสที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนสอนเต้น ภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องนี้จะออกฉายในช่วงคริสต์มาสของปี 2007

เอมม่ายังคงให้ความสำคัญทางด้านการแสดง การเรียน และกิจกรรมที่โรงเรียนอย่างเท่าเทียมกัน เธอเป็นนักกีฬาฮ๊อคกี้ที่สามารถ นักกีฬาเน็ตบอล เทนนิส ราวน์เดอร์และเป็นนักกรีฑารุ่นเยาว์ เธอยังได้ทุนทางด้านศิลปะและเป็นที่เชิดหน้าชูตาสำหรับห้องแต่งตัวที่สร้างสรรค์และสีสดสวยที่สุดของสตูดิโอ งานอดิเรกอื่น ๆ ของเธอยังรวมไปถึง: ไปเยี่ยมเยียนเพื่อน ๆ และครอบครัว การเดินทาง การเต้นรำ (จังหวะสตรีท แจ๊ส, ฮิพฮ็อพ, ซัลซ่า และการเต้นรำแบบบอลรูมเบื้องต้นสำหรับบทบาทของเธอในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Goblet of Fire) รวมทั้งการร้องเพลงอีกด้วย

Luna Lovegood

ตัวละคร : ลูน่า เลิฟกู๊ด
แสดงโดย : อีวานนา ลินช์

สาวน้อยวัย 16 อีวานน่า เป็นแฟนหนังสือ Harry Potter ที่เหนียวแน่นอีกคนหนึ่ง ในกองถ่าย The Order of the Phoenix ยกย่อว่าเธอเปรียบเสมือนสารานุกรมแฮร์รี่ พอตเตอร์อีกคน ในปี 2003 อีวานน่ามีอายุเพียง 11 ปี ได้รับอุบัติเหตุและก็อยู่ในโรงพยาบาล เธอต้องผิดหวังที่จะได้เข้าร่วมงานเปิดตัวขายหนังสือ Harry Potter and the Order of the Phoenix แต่แล้ว ในวันนั้นที่หนังสือวางขายวันแรก โรงพยาบาลก็ได้อนุญาตให้เธอออกมาจากโรงพยาบาลได้ อีวานน่าได้พิสูจน์ความเป็นแฟนที่เหนียวแน่นของหนังสือ ทั้งการเพ้นท์เล็บ เขียนหน้า และแต่งตัวด้วยผ้าคลุม เธอยังได้รับหนังสือ Harry Potter and the Order of the Phoenix ที่มีลายเซ็นของเจเคด้วย
อีวานนาเคยส่งจดหมายแสดงความรู้สึกของเธอต่อหนังสือ และได้บอก เจเคว่า เธอใฝ่ฝันที่จะแสดงในหนัง HP มากๆ
อีวานน่าเป็นคนที่รักแมวมาก แมวของเธอก็ชื่อ “ลูน่า”, “ดัมเบิลดอร์” และ “ครุกแชงก์” แต่ตายไปแล้วเมื่อปี 2006

คุณพ่อของอีวานน่าได้พาเธอนั่งเครื่องบินมาที่ลอนดอนเพื่อทำการออดิชั่น อีวานน่าได้อ่านทบทวนหนังสืออยู่สองสามครั้ง แม้ว่าคุณแม่ของเธอจอบอกไว้ว่าโอกาสที่จะได้รับบทมันจะน้อยอยู่ แต่สุดท้ายบทก็มาเป็นของเธอ ชนะเด็กหญิงชาวอังกฤษเป็นหมื่นๆคน

เธอเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่เข้าถึงบทบาทมากๆถึงขนาดที่ทำตุ้มหูหัวผักกาดที่ลูน่าใส่ด้วยตนเอง และกองถ่ายก็เห็นชอบว่าอันที่เธอทำเองนั้น เหมาะกว่าอันที่กองถ่ายหามาให้เสียอีก

Matthew Lewis

ตัวละคร : เนวิลล์ ลองบัตท่อม
แสดงโดย : แมทธิว ลูวิส

หนุ่มน้อยวัย 17 ปี แมทธิว ลูวิส กลับมารับบทบาทเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ชื่อว่า เนวิลล์ ลองบัตท่อมในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Order of the Phoenix ซึ่งในภาคนี้ บทของเขามีความซับซ้อน ละเอียดอ่อนมากกว่าการเป็นเด็กซู่มซ่ามธรรมดา

แมทธิวได้เริ่มอาชีพทางการแสดงเมื่อเขาอายุได้เพียงห้าขวบ หลังจากได้ร่วมกับชมรมการแสดงสมัครเล่น เขาได้รับเลือกให้รับบทเป็นเนวิลล์หลังจากที่ได้เข้าร่วมคัดเลือกตัวแสดงที่จัดให้มีขึ้นที่เมืองลีดส์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา

แมทธิวได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ซีรี่ส์ทางโทรทัศน์หลายเรื่องรวมไปถึงเรื่อง Heartbeat เรื่อง City Central เรื่อง Where the Heart Is เรื่อง Sharpe เรื่อง Emmerdale เรื่อง Dalziel and Pascoe และเรื่อง Some Kind Of Life

ช่วงที่แมทธิวไม่มีงานแสดงเขาชอบที่จะใช้เวลาอยู่กับเพื่อน อ่านหนังสือและเขียนเรื่องสั้นมากมาย ฟังเพลงร็อค เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์และกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกอล์ฟ แมทธิวยังเคยได้ร่วมเป็นนักเรียนการบิน และเมื่อไม่นานมานี้ได้พัฒนาความสนใจของเขาทางด้านการผลิตภาพยนตร์ เขายังเป็นผู้สนับสนุนสำหรับชมรมฟุตบอลของลีดส์อีกด้วย

Ginny Weasley

ตัวละคร : จินนี่ วีสลีย์
แสดงโดย : บอนนี่ ไรท์

สาวน้อยอายุ 16 ปี เกิดที่เมืองลอนดอน โดยที่มีพ่อแม่เป็นผู้ออกแบบเครื่องเพชร ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท Wright&Teague บอนนี่ได้กลับมารับเป็นบทประกอบซึ่งเป็น จินนี่ น้องสาวคนสุดท้องของตระกูลวิสลีย์ ใน Harry Potter and the Order of the Phoenix

บอนนี่หลงใหลในดนตรี เธอสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิดไม่ว่าจะเป็น กีต้าร์, เปียโน, แซ็กโซโฟน. ฮาร์มอนิก้า, ขลุ่ยรีคอร์เดอร์ รวมถึงกีฬาอย่าง ฟุตบอล, ว่ายน้ำ, เทนนิส, ไอซ์สเกต, โต้คลื่น

บอนนี่ได้ถูกคัดเลือกให้มีบทบาทใน Harry Potter and the Sorcerer’s Stone ซึ่งเป็นบทเล็กที่สถานีคิงครอส ก่อนที่จะได้มารับบทจินนี่ อย่างเต็มตัวตั้งแต่ The Camber of Secret แม้ใน The Prosoner of Azkaban บทของเธอจะมีน้อยลงจนเหลือเพียง 1 ประโยคเท่านั้น อย่างไรก็ตาม บทบาทของเธอก็มีมากขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ใน The Goblet of Fire , The Order of the Phoenix และ ที่สำคัญที่สุดคือ The Half-Blood Prince

ผลงานของบอนนี่เรื่องอื่นๆคือละครโทรทัศน์เรื่อง Stranded เมื่อปี 2002 และ บทของ อกาธ่า คริสตี้ในวัยเด็กในเรื่อง Agatha Christie: A Life in Pictures ในปี 2004

Dolores Umbridge

ตัวละคร : โดโลเรส อัมบริดจ์
แสดงโดย : อิเมลด้า สตอนตั้น

นักแสดงมากประสบการณ์อย่าง อิเมลด้า ถูกเพื่อนของเธอทาบทามว่าเธอเหมาะกับบท โดโลเรส อัมบริดจ์อย่างมาก โดยที่เพื่อนของเธอคนนั้นบอกว่า ตัวละครที่ชื่อ อัมบริดจ์นั้นเป็นหญิงอ้วนเตี้ยเหมือนคางคก “แหม ขอบคุณนะยะ!” เป็นคำตอบที่อิเมลด้าตอบเพื่อนคนนั้น แต่สุดท้าย เธอก็ได้รับบทที่เป็นสีสันให้ Harry Potter and the Order of the Phoenix จริงๆ

อิเมลด้าเป็นนักแสดงที่กวาดรางวัลมามากมายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรางวัล Laurence Olivier Theatre Award ในปี 1986 สำหรับบทนักแสดงหญิงสมทบยอดเยี่ยมในเรื่อง A Chorus of Disapproval และ The Corn is Green เธอยังได้รับรางวัลเดียวกันนี้อีกในปี 1991 ในสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมในภาพยนตร์เพลงเรื่อง Into the Woods ในปี 1997 อิเมลด้ายังถูกเสนอให้เข้าชิงรางวัลเดียวกันนี้ในสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมในภาพยนตร์เพลงเรื่อง Guys and Dolls เธอยังได้รับรางวัล London Critics Circle Theatre Award (Drama Theatre Award) ในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในเรื่อง A Chorus of Disapproval และ The Corn is Green ในปี 1985 อีกเช่นกัน

อิเมลด้าจบการศึกษาด้านการละครจาก Royal Academy of Dramatic Art (RADA) และยังเป็นสมาชิกของ RADA อีกด้วย

ในช่วงปี 2004 อิเมลด้าได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลามจากผลงานการแสดงของเธอในภาพยนตร์เรื่อง Vera Drake ซึ่งเธอรับบทเป็นหมอทำแท้ง ซึ่งในสมัยก่อนในอังกฤษนั้น การทำแท้งนั้นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ภาพยนตร์เรื่องนี้นำพาให้เธอได้รับรางวัล Coppa Volpi ในสาขานักแสดงนำหยิงยอดเยี่ยมในเทศกาล Venice Film Festvial และรางวัล Gold Lion ในเทศกาลหนังเวนิสเช่นกัน Vera Drake ยังทำให้ชื่อของเธอได้รับการเข้าชิงรางวัล Oscar ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

เธอได้รับรางวัล O.B.E. (Officer of the Order of the British Empire) ในปี 2006 ด้วยการที่เธอได้อยู่วงการรับใช้งานการละครมานาน

การแสดงเป็นโดโลเรส อัมบริดจ์ของเธอใน Harry Potter and the Order of the Phoenix ก็ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์มากมายเช่นกันเพราะเธอสามารถแย่งซีนได้อยู่เรื่อยๆ

Albus-Dumbledore

ตัวละคร : อัลบัส ดัมเบิลดอร์
แสดงโดย : เซอร์ ไมเคิล แกมบอน

เซอร์ ไมเคิล แกมบอน (อัลบัส ดัมเบิลดอร์) รับบทเดิมของเขาโดยแสดงเป็น อัลบัส ดัมเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่ที่ชาญฉลาดและเป็นที่ยอมรับนับถือของโรงเรียน ฮอกวอตส์

แกมบอนเริ่มงานการแสดงในวงการบันเทิงกับโรงละคร Edwards/ MacLiammoir Gate Theatre ที่กรุงดับบลินในปี 1963 เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งของบริษัท the National Theatre Company ที่ The Old Vic ภายใต้ ลอร์เรนซ์ โอลเวียร์และร่วมแสดงในละครเวทีหลายเรื่องก่อนที่จะลาออกไปร่วมงานกับ เบอร์มิงแฮม เรพ ซึ่งเขาได้รับบทเป็น โอเทโล่ และเป็นเวลา 40 ปีนับจากนั้น แกมบอนได้ทำให้ตัวเขากลายเป็นนักแสดงละครเวทีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในช่วงระยะเวลาของเขา โดยได้รับรางวัล Olivier Award สำหรับผลงานของ อลัน ไอค์บอร์นเรื่อง A Chorus of Disapproval และเรื่อง The Life of Galieo และเรื่อง Volpone ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัล 1995 Evening Standard Award สำหรับนักแสดงชายยอดเยี่ยม

ผู้ชมภาพยนตร์ทางจอเงินรู้จักเขาสำหรับบทบาทการแสดงในผลงานของ ปีเตอร์ กรีนอเวย์เรื่อง The Cook, the Thief, His Wife and Her Lover รวมทั้งผลงานเมื่อไม่นานมานี้ของแมทธิว วอห์น เรื่อง Layer Cake เรื่อง Being Julia ผลงานของ เวส แอนเดอร์สันเรื่อง Life Aquatic เรื่อง The Gambler เรื่อง Dancing at Laughnasa เรื่อง The Last September ผลงานของทิม เบอร์ตันเรื่อง Sleepy Hollow เรื่อง The Insider เรื่อง High Heels and Low Lifes เรื่อง Charlotte Gray ผลงานของโรเบิร์ต อัลต์แมนเรื่อง Gosford Park ผลงานของ จอห์น แฟรงเกนไฮเมอร์เรื่อง Path to War ผลงานของ คอนเนอร์ แมคเฟอร์สันเรื่อง The Actors ผลงานของ ไมค์ นิโคลเรื่อง Angels in America และผลงานของ เควิน คอสเนอร์เรื่อง Open Range

บางทีบทบาทที่เป็นที่จดจำมากที่สุดของแกมบอนคือซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ผลงานของ เดนนิส พอตเตอร์เรื่อง The Singing Detective ซึงทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก BAFTA รางวัล the Broadcasting Press Guild และรางวัล the Royal Television Society เขายังได้ร่วมแสดงทางช่อง BBC เรื่อง Wives and Daughters และผลงานที่เป็นที่กล่าวขวัญของ ชาร์ล สเตอร์ริดจ์ เรื่อง Longtitude และผลงานเมื่อเร็ว ๆ นี้ของ สตีเฟ่น โปเลียคอฟเรื่อง A Family Tree

ผลงานของแกมบอนสำหรับละครเวทีเรื่องล่าสุดคือเรื่อง End Game กำกับการแสดงโดย แมทธิว วาร์คัสและร่วมแสดงโดย ลี อีแวนส์ แกมบอนยังได้มีผลงานทางละครเวทีอีกหลายเรื่องรวมไปถึงบทนำในเรื่อง Macbeth เรื่อง Carillanus และเรื่อง Othello; ผลงานของ ไซม่อน เกรย์เรื่อง Otherwise Engaged; ผลงานของ อลัน ไอค์บอร์นเรื่อง The Norman Conquests; เรื่อง Just Between Ourselves และเรื่อง Man of the Moment โดยแสดงคู่กับ ราล์ฟ ริชาร์ดสันในเรื่อง Alice’s Boys; ผลงานของ ฮาโรล์ด พินเตอร์เรื่อง Old Times; บทนำในเรื่อง Uncle Vanya และเรื่อง Veteran’s Day โดยร่วมแสดงกับ แจ๊ค แลมมอน

โดยร่วมงานกับ เดอะ รอยัล เชคสเปียร์ คอมปานี่ เขาได้แสดงบทนำในผลงานของ ฮาโรล์ด พินเตอร์เรื่อง Betrayal และเรื่อง Mountain Language ผลงานของ
ไซม่อน เกรย์เรื่อง Close of Play ผลงานของ คริสโตเฟอร์ แฮมป์ตันเรื่อง Tales from Hollywood ผลงานของไอค์บอร์นเรื่อง Sisterly Feelings และเรื่อง A Smally Family Business และผลงานของ เดวิด แฮร์เรื่อง Skylight (ทั้งสองเรื่องสำหรับโรงละครเวสต์เอนด์และบอร์ดเวย์) เขายังได้ร่วมแสดงในเรื่อง Richard III เรื่อง Othello เรื่อง Tons of Money เรื่อง A View from the Bridge และผลงานของ ยาสมิน่า ริซ่าเรื่อง Unexpected Man (ซึ่งย้ายมาจาก บาร์บิคันไปเวสต์เอนด์) และเรื่องล่าสุดเขานำแสดงในผลงานของ นิโคลลาส ฮิทเนอร์เรื่อง Cressida และผลงานของ อัลเมด้าและแพททริค มาร์เบอร์ในเรื่อง Caretaker ที่โรงละคร เวสต์เอนด์รวมทั้งผลงานของ สตีเฟ่น ดัลดรี่ย์เรื่อง A Number ที่โรงละคร เดอะรอยัล คอร์ท

Ralph Fiennes

ตัวละคร : ลอร์ดโวลเดอมอร์
แสดงโดย : ราล์ฟ ไฟนส์

ราล์ฟ ไฟนส์ ได้กลับมารับบทบาท รับบทบาทของพ่อมดผู้ร้ายที่น่าเกรงขามมากที่สุด ลอร์ดโวลเดอมอร์ ซึ่งปรากฎตัวในช่วงท้ายของ The Order of the Phoenix

หลังจากเรียนมาทางศิลปะ ฟีนส์เข้าใจถึงความปรารถนาที่แท้จริงของตัวเองทางด้านการแสดงซึ่งนำพาเขาไปที่ RADA หลังจากจบการศึกษาเขาก็ได้รับบทบาทแรกในช่วงซัมเมอร์นั้นในเรื่อง Twelfth Night เรื่อง A Midsummer Night’s Dream และเรื่อง Ring Around the Moon โดยทุกเรื่องนี้ออกแสดงที่ เวทีละครกลางแจ้งใน รีเจ้นท์ ปาร์ค
หลังจากการแสดงละครทางเวทีเขาได้ร่วมกับ The Royal Shakespeare Company ในปี 1988 ผลงานการแสดงที่ได้รับการกล่าวขวัญมากที่สุดของเขาในระหว่างเวลาสองปีที่เขาได้ร่วมงานกับ RSC ยังรวมไปถึง เรื่อง Henry VI ผลงานของ เอ็ดมันด์ในเรื่อง King Lear และผลงานของ เบโรวน์ในเรื่อง Love’s Labours Lost

ในปี 1991 ฟีนส์ได้ร่วมแสดงผลงานทางโทรทัศน์เป็นเรื่องแรกในภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลเรื่อง Prime Suspect ผลงานเริ่มต้นการแสดงภาพยนตร์ทางจอเงินเมื่อเขาแสดงเป็น ฮิทธ์คลิฟฟ์ในเรื่อง Wuthering Heights หลังจากนี้ ไฟเอนน์ส์ยังได้ร่วมแสดงในผลงานของปีเตอร์ กรีนเวย์เรื่อง The Baby of Macon แต่มันเป็นผลงานการแสดงจากเรื่องนี้ของเขาที่ทำให้เขาได้รับความสนใจจากวงการฮอลลีวู้ด สปิลเบิร์กคัดเลือกเขาให้แสดงคู่กับ เลียม นีสันโดยรับบทเป็นนาซีที่ชื่อ เอมอน โกเอ็ธในภาพยนตร์ที่ได้รับการกล่าวขวัญถือเรื่อง Schidler’s List ทำให้เขาไม่เพียงแต่ได้รับรางวัลดาราสนับสนุนชายยอดเยี่ยมจาก New York Critics เท่านั้น ยังรวมไปถึงรางวัล ดารานักแสดงชายยอดเยี่ยมจาก London Film Critics และรางวัลจาก the National Society of Film Critics และยังได้รับการเสนอชื่อสำหรับทั้งรางวัลลูกโลกทองคำและรางวัลตุ๊กตาทองอีกด้วย

จากบทบาทที่ได้รับการยกย่องในภาพยนตร์ที่ได้รับการกล่าวขวัญของเขายังรวมไปถึงผลงานของ โรเบิร์ต เรดฟอร์ดเรื่อง Quiz Show; ผลงานที่ได้รับรางวัลอย่างเรื่อง The English Patient ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลตุ๊กตาทองเป็นครั้งที่สอง; เรื่อง Oscar and Lucinde เรื่อง The End of the Affair และเรื่อง Red Dragon ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ของเขายังรวมไปถึงเรื่อง Onegin เรื่อง Sunshine เรื่อง Spider และเรื่อง Maid in Manhattan

เมื่อไม่นานมานี้ฟีนส์ได้ร่วมแสดงในผลงานภาพยนตร์ดัดแปลงจากเรื่องของ จอห์น เลอคาเร่ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ของ เฟอร์นานโด เมอร์เรยล์ เรื่อง Constant Gardener และเรายังจะได้เห็นเขาอีกในผลงานของ เมอร์ชานท์ ไอวอรี่เรื่อง The White Countess เขายังจะให้เสียงพากย์ของ วิคเตอร์ ควอเตอร์เมนจอมขลาดกลัวในภาพยนตร์ที่กำลังจะออกฉายเรื่อง Wallace & Gromit: The Curse of the Were-Rabbit และยังร่วมแสดงบทสนับสนุนในผลงานของ มาร์ธ่า เฟนส์เรื่อง Chromophobia

ในเดือนธันวาคม 2002 เขาได้รับการเปิดตัวที่โรงละคร The Royal National Theatre ในละครเวทีเรื่องใหม่โดย คริสโตเฟอร์ แฮมป์ตั้นเรื่อง The Talking Cure ซึ่งเขาแสดงเป็น คาร์ล จังค์ กำกับการแสดงโดย โฮเวิร์ด เดวี่ส์ ในปี 2003 เขาร่วมแสดงบทนำในผลงานของ อิบเซ่นเรื่อง Brand สำหรับ เอเดรี่ยน โนเบิ้ลที่ RSC และในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 2005 เขาจะรับบทเป็น มาร์ค แอนโธนี่ในผลงานละครเวทีเรื่องใหม่ของ เดบเบอร่า วอร์เนอร์เรื่อง Julius Caesar

Katie Leung

ตัวละคร : โช แชง
แสดงโดย : เคธี่ เหลียง

เคธี่ เหลียง (โช แชง) สาวน้อยวัย 19 ปี เข้าร่วมทีมงานนักแสดงของภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Goblet of Fire โดยแสดงเป็น โช แชง นักเรียนจากบ้าน เรเวนคลอที่ฮอกวอตส์และเป็นสาวน้อยที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ แอบปลื้ม

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกและเป็นการแสดงครั้งแรกของเธอ

เคธี่ ตอบรับทีมงานให้โทร.กลับในเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2004 ซึ่งเธอเอาชนะสาวน้อยกว่า 5,000 คน สำหรับบทบาทของ โช แชง เคธี่ไม่เคยมีประสบการณ์การแสดงหรือฝึกฝนมาก่อนเลย มันค่อนข้างเป็นเรื่องบังเอิญที่พ่อของเธอได้เห็นประกาศทางโทรทัศน์ช่องภาษาจีนสำหรับการคัดเลือกตัวแสดง เคธี่คิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องสนุกที่ได้มีส่วนร่วมและลองเสี่ยงโชคของเธอดู ถึงแม้ว่าวันนั้นเธอจะสนใจไปเดินช็อปปิ้งมากกว่า

ในวันที่เธอเข้าร่วมคัดสรรตัวแสดงเพื่อรับบทของ โช แชง หลังจากการประกาศผลการทดสอบครั้งแรก เคธี่ก็ต้องช็อคเมื่อได้ยินชื่อเธอว่าผ่านการคัดเลือก และผู้กำกับฝ่ายคัดเลือกตัวแสดงต้องการให้เธอกลับมาทดสอบบทเพิ่มเติม ด้วยการที่เธอไม่เคยมีประสบการณ์ทางการแสดงมาก่อนเธอได้รับการชักจูงว่าเธอคงไม่ได้รับเลือก และหลังจากการทดสอบบทอีกหลายครั้ง และการเทสต์หน้ากล้อง แม่ของเธอได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าเคธี่ได้รับเลือกให้แสดงเป็น โช แชงในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Goblet of Fire

เคธี่เป็นแฟนพันธุ์แท้ทางดนตรีและชอบฟังเพลงทุก ๆ แบบรวมไปถึง อาร์แอนด์บี ป๊อบร็อค ฮิพฮอพและเธอยังเล่นเปียโนอีกด้วย

Robbie Coltrane

ตัวละคร : รูเบอัส แฮกริด
แสดงโดย : ร็อบบี้ โคลเทรน

รอบบี้ โคลเทรน (รูเบอัส แฮกริด) ในบทบาทที่เป็นที่รักของทุกคนโดยแสดงเป็น รูเบอัส แฮกริด ผู้ดูแลฮอกวอตส์ ครูพิเศษและเพื่อนสนิทของ แฮร์รี่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่

โคลเทรนเป็นหนึ่งในนักแสดงชาวอังกฤษที่ได้รับการยอมรับจากผลงานทางภาพยนตร์จอเงินและจอแก้ว ด้วยรางวัลต่าง ๆ ที่เขาได้รับจากผลงานกว่า 30 ปี ผลงานเลื่องชื่อจนถึงปัจจุบันของเขากว่า 40 เรื่องรวมไปถึง เรื่อง Ocean’s Twelve โดยแสดงเป็น แมทซุยและแน่นอนเรื่อง Harry Potter and the Sorcerer’s Stone, Harry Potter and the Prinsoner of Azkaban, Harry Potter and the Chamber of Secrets, Harry Potter and the Prisoner of Azkaban, Harry Potter and the Goblet of Fire ซึ่งเรื่องก่อนหน้านี้ทำให้เขาได้รับรางวัล BAFTA และการเสนอชื่อเข้ารับรางวัล London Film Critics Circle Award สำหรับดาราสนับสนุนชายยอดเยี่ยมรวมทั้งรางวัล Scottish Screen’s ในฐานะ ดารานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

ผลงานสร้างชื่อของเขาเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังรวมไปถึงภาพยนตร์ของ อัลเลนและอัลเบิร์ต ฮิวจ์ เรื่อง From Hell; ภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ตอน The World is Not Enough และตอน Goldeneye ซึ่งเขารับบทเป็น วาเลนติน ซูคอฟสกี้; ผลงานของ วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิคเจอร์ เรื่อง Message in a Bottle; เรื่อง Buddy; เรื่อง The Pope Must Die; เรื่อง Henry V; เรื่อง Let it Ride; เรื่อง Absolute Beginners; เรื่อง Defense of the Realm; เรื่อง Mona Lisa และเรื่อง Nuns on the Run ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัล Peter Sellers Award สำหรับภาพยนตร์ คอมเมดี้ที่งานมอบรางวัล Evening Standard British Film Awards ในปี 1991

บางทีโคลเทรนอาจจะเป็นที่รู้จักจากบทบาทของ ฟิทซ์ในภาพยนตร์ที่ได้รับการกล่าวขวัญจากทั่วโลกและเป็นซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมเรื่อง Cracker การประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในความเป็นดราม่าถึงสามปีพร้อมกับรางวัลต่าง ๆ รวมทั้งสองรางวัล BAFTA สำหรับ รางวัลซีรี่ส์ทางดราม่ายอดนิยมในปี 1995 และปี 1996 รางวัล The Royal Television Society Award สำหรับภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยม รางวัล Broadcasting Press Guilds Award สำหรับ ซีรี่ส์ยอดเยี่ยมในปี 1993 และรางวัล US Cable ACE Awards สำหรับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมหรือมินิซีรี่ส์

โคลเทรนนั้นได้รับรางวัลต่าง ๆ อย่างมากมายสำหรับบทบาทที่เขาแสดงเป็นตำรวจทางจิตเวช ที่ห้าว ปากไวชื่อว่า ฟริทซ์ อย่างไม่น่าเชื่อที่เขาได้รับรางวัล BAFTA สำหรับ ดาราแสดงนำทางภาพยนตร์โทรทัศน์ยอดเยี่ยมสามปีติดต่อกัน (ตั้งแต่ปี 1994, 1995 และปี 1996); ดาราแสดงนำทางภาพยนตร์โทรทัศน์ยอดเยี่ยมรางวัล Broadcasting Press Guilds Awards ในปี 1993; รางวัล Silver Nymph Award สำหรับดาราแสดงนำยอดเยี่ยมที่งานเทศกาล Monte Carlo Television Festival ปี 1994; ดาราแสดงนำชายยอดเยี่ยมรางวัล Royal Television Society Awards ในปี 1994; รางวัล FIPA’s Best Actor Award และรางวัล Cable Ace Award สำหรับดาราแสดงนำชายยอดเยี่ยมสำหรับภาพยนตร์หรือมินิซีรี่ส์

เมื่อไม่นานมานี้โคลเทรนร่วมแสดงในภาคสุดท้ายของภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเรื่อง Frasier: ก่อนหน้านั้นเขาได้ร่วมแสดงและยังเป็นผู้อำนวยการบริหารให้กับซีรี่ส์ที่ได้รับการกล่าวขวัญสองภาคของ ITV เรื่อง The Planman

โคลเทรนได้รับความสนใจจากผู้ชมครั้งแรกจากในเรื่อง Slab Boys ในปี 1978 ที่โรงละคร Traverse Theatre และที่โรงละคร The Hampstead Theatre ก่อนหน้านั้นในช่วงต้นปี 1980 เขาได้เริ่มต้นจากการร่วมแสดงในฉากคอมเมดี้ที่คิดไม่ถึงเรื่อง Alfresco เรื่อง A Kick Up the Eighties เรื่อง Laugh? I Nearly Paid My Licence Fee และเรื่อง Saturday Night Live

เขายังได้ร่วมแสดงในโชว์ชุด 13 Comic Strip และโชว์ทางโทรทัศน์อีกหลายชุดร่วมไปถึงชุด Blackadders III และชุด Blackadder’s Christmas Carol ร่วมทั้งยังได้รับการเสนอชื่อสำหรับรางวัล BAFTA Award ในฐานะดารานำฝ่ายชายยอดเยี่ยมสำหรับบทบาทของเขาที่แสดงเป็น แดนนี่ แมคโกลน ในผลงานของโทนี่ สมิธเรื่อง Tutti Frutti

Sirius Black

ตัวละคร : ซิเรียส แบล็ก
แสดงโดย : แกรี โอลด์แมน

เป็นการกลับมาอีกครั้งในบทพ่อทูนหัวของ แฮร์รี่ หลังจากหายไปใน Harry Potter and the Goble of Fire ยกเว้นเสียงพากย์ในเตาผิง

โอล์ดแมนได้รับทุนการศึกษาทางด้านการละครจาก Britain’s Rose Bruford Drama College ซึ่งเขาก็ได้รับ BA ในสาขาศิลปะการละครในปี 1979 โอลด์แมนได้เข้าศึกษาต่อใน Greenwich Young People’s Theatre และเริ่มมีผลงานการแสดงครั้งแรกในช่วงยุค 80 เช่น The Pope’s Wedding ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัล Time Out’s Fringe Award สำหรับนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี 1985-1986 และรางวัล British Theatre Association’s Drama Magazine Award สำรับนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมแห่งปี 1985 และในปี 1986 โอล์ดแมนได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Sid and Nancy ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัล Evening Standard Film Award สำหรับนักแสดงหน้าใหม่อีกเช่นกัน

ในปี 1988 เขาได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัล British Academy of Film and TV Arts สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมสำหรับบทนักเขียนในยุก 60’s นามว่า Joe Orton และหลังจากผลงานนั้นทำให้เขาได้เพิ่มพูนประสบการณ์และไๆด้รับบทที่หลากหลายมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นบทของชาวอเมริกันในเรื่อง JFK ในปี 1991 หรือ ได้รับบทเป็น Ludwig Van Beethoven ในเรื่อง Immortal Beloved ในปี 1994 ผลงานเรื่องอื่นๆของเขาเช่น Batman Begins ในปี 2004 กับบท จ่า เจมส์ กอร์ดอน ซึ่งเขาจะกลับมาแสดงในหนังภาคต่อของ Batman ชื่อว่า The Dark Knight ซึ่งจะออกฉายในปี 2008

Alan Rickman

ตัวละคร : เซเวอรัส สเนป
แสดงโดย : อลัน ริคแมน
ความสำคัญ : ในภาคนี้ สเนป ได้รับการมอบหมายจากดัมเบิลดอร์ให้สอนการสกัดใจให้แฮร์รี่เพื่อป้องกันการแทรกแซงทางจิตใจจากโวลเดอมอร์ แต่แล้วก็เหตุความบังเอิญที่แฮร์รี่ได้ณุ้เกี่ยวกับอดีตอันเลวร้ายของสเนปในวัยเยาว์

Helena Bonham-Carter

ตัวละคร : เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์
แสดงโดย : เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์
ความสำคัญ : เบลลาทริกซ์ เสลแตรงจ์ เป็นตัวละครใหม่ใน Harry Potter โดยที่เธอเป็นสมุนผู้ซื่อสัตย์ของโวลเดอมอร์ เธอหลงใหลทุกสิ่งทุกอย่างในตัวจอมมาร เบลลาทริกซ์เป็นญาติของซิเรียส แบล็ก พ่อทูนหัวแฮร์รี่ แต่แล้ว เธอก็เป็นคนที่ฆ่าญาติแท้ๆของตัวเองในที่สุด

Maggie Smith

ตัวละคร : มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล
แสดงโดย : แม็กกี้ สมิธ
ความสำคัญ : ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเป็นอีกหนึ่ง ตัวละครที่รังเกียจศาสตราจารย์อัมบริดจ์มากที่สุด เราอาจจะไม่ได้เห็นบทของเธอมากมายในภาคนี้

Robert Hardy

ตัวละคร : คอร์นีเลียส ฟัดจ์
แสดงโดย : โรเบิร์ต ฮาร์ดี้
ความสำคัญ : นายกรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ ซึ่งกลัวที่จะยอมรับความจริงว่า ลอร์ด โวลเดอมอร์ได้กลับมาแล้ว เขาได้หาทางปิดกั้นทุกอย่างที่จะทำให้โลกแห่งเวทมนตร์ต้องพบกับความจริงอันเลวร้ายที่จะทำให้เขาถูกปลดจากตำแหน่ง

Kreacher

ตัวละคร : ครีเชอร์ Kreacher
ให้เสียงโดย : ทีโมตี้ เบท์สัน
ความสำคัญ : เป็นเอลฟ์ประจำบ้านของตระกูลแบล็กซึ่งไม่มีความเคารพต่อคนที่ทรยศสายเลือดอย่าง ซิเรียส รวมไปถึง แฮร์รี่ด้วย ครีเชอร์เป็นตัวละครที่เดิมแล้ว จะถูกตัดออกจากภาพยนตร์ Harry Potter and the Order of the Phoenix เช่นเดียวกับ ด็อบบี้ แต่ เจเค โรว์ลิงได้ขอร้องมาเป็นการพิเศษว่าอย่าตัดตัวละครตัวนี้ออกไป เพราะมันจะมีความสำคัญในภายหลัง

ตัวละคร : นิมฟาดอร่า ท็องส์
แสดงโดย : นาตาเลีย เทน่า
ความสำคัญ : นิมฟาดอร่า ท็องส์ เป็นตัวละครใหม่ที่เป็น เมตามอร์ฟเมกัส หรือ แม่มดที่สามารถเปลี่ยนรูปลักษ์หน้าตาได้ ท็องส์เป็นแม่มดที่ซุ่มซ่าม เป็นหนึ่งในสมาชิกภาคีนิกฟีนิซ์

 Kingsley-Shacklebolt

ตัวละคร : คิงสลีย์ ชักเคิลโบลต์
แสดงโดย : จอร์จ แฮร์ริส
ความสำคัญ : คิงสลีย์เป็นอีกหนึ่งตัวละครใหม่ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกภาคีนิกฟีนิซ์

Jason Isaacs

ตัวละคร : ลูเซียส มัลฟอย
แสดงโดย : เจสัน ไอแซ็กส์
ความสำคัญ : ลูเซียสได้ประกาศการเป็นผู้เสพความตาย และมีหน้าที่สำคัญในการแย่งลูกแก้วพยากรณ์มาจากแฮร์รี่

Emma Thompson

ตัวละคร : ซีบิลล์ ทรีลอว์นีย์
แสดงโดย : เอมม่า ทอมสัน
ความสำคัญ : เธอมีบทเล็กๆในหนังภาคนี้ ศาสตราจารย์ทรีลอว์นียผู้สอนวิชาพยากรณ์ศาสตร์ต้องถูกเจ้าพนักงานสอบสวนใหญ่ โดโลเรส อัมบริดจ์ไล่ออกจากตำแหน่ง แต่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ก็มาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลา

Crew - ทีมงาน ผู้กำกับ

Crew - ทีมงาน ผู้กำกับ

กำลังปรับปรุงข้อมูล

DVD - รีวิว ดีวีดี

DVD - รีวิว ดีวีดี

Harry Potter Limited Edition Gift Set

Harry Potter Limited Edition Gift Set วางขาย : 11 ธันวาคม 2550
จำนวนแผ่นดิสก์ : 12 แผ่น
ระบบภาพ : Widescreen
ระบบเสียง : English (Dolby Digital 5.1), French (Dolby Digital 5.1), Spanish (Dolby Digital 5.1)

* ยังไม่มีข้อมูลว่า Gift Set ที่ขายในเมืองไทยจะมีพากย์ไทย และ คำบรรยายไทยหรือไม่ครับ

ราคาดั้งเดิม(สำหรับระบบ DVD) : $119.97
ราคาล่าสุดใน Amazom.com (ไม่นับค่าบริการส่ง) : $89.99

ราคาในประเทศไทย (Credit : Boomerang)

ระบบ DVD : 4,529 บาท
ระบบ HD DVD : 5,539 บาท
ระบบ Blu-ray : 5,539 บาท

โดยที่ Gift Set นี้จะประกอบด้วย :

– ภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์แบบ Two-Disc Editions ภาค 1-5
– Harry Potter Interactive DVD Game
– ที่คั่นหนังสือสำหรับสะสม 5 อัน
– เข็มกลัดตรากริฟฟินดอร์, ไปรษณีย์นกฮูก, ลูกสนิช, ไฟร์โบลต์, ลูกแก้วพยากรณ์
– Trading Cards 16 ใบ

ของทั้งหมดจะถูกบรรจุในหีบใส่ของแบบที่แฮร์รี่ใช้ในหนัง เหมือนในรูปครับ

สำหรับในส่วนของ DVD ก็จะมีเมนูพิเศษแถมรวมแล้วกว่า 3 ชั่วโมง แต่ละภาคก็จะมีของแถมต่างๆกันดังนี้ครับ

Harry Potter and the Sorcerer’s Stone

– 2001 International TV Special: A Glimpse Into the World of Harry Potter

Harry Potter and the Chamber of Secrets
– 2002 HBO First Look Special: Harry Potter and The Chamber of Secrets Revealed

Harry Potter and the Prisoner of Azkaban
– 2004 HBO First Look Special: Harry Potter and The Prisoner of Azkaban: Something Wicked This Way Comes
– 2004 ABC Special: The Making of Harry Potter and The Prisoner of Azkaban Interview with Alfonso Cuaron (in Spanish, subtitled)

Harry Potter and the Goblet of Fire
– 2005 ITV/Granada Special: Harry Potter and The Goblet of Fire: Behind the Magic
– 2005 ITV/Granada Special: Harry Potter and The Goblet of Fire: Some Animal Magic
– 2005 HBO First Look Special: Harry Potter and The Goblet of Fire: Dark Matters, New Masters

Harry Potter and the Order of the Phoenix
– 2007 International TV Special: Harry Potter and The Order of the Phoenix: The Rebellion Begins
– 2007 HBO First Look Special: Harry Potter and The Order of the Phoenix: Fulfilling a Prophecy

Soundtrack - เพลงประกอบ

Soundtrack - เพลงประกอบ

วางจำหน่าย : 10 กรกฎาคม 2007
ประพันธ์โดย : Nicholas Hooper
นำวงดนตรีโดย : Nicholas Hooper

รายชื่อเพลง :

1. Fireworks
2. Professor Umbridge
3. Another Story
4. Dementors in the Underpass
5. Dumbledore’s Army
6. The Hall of Prophecies
7. Possession
8. The Room of Requirements
9. The Kiss
10. A Journey to Hogwarts
11. The Sirius Deception
12. Death of Sirius
13. Umbridge Spoils a Beautiful Morning
14. Darkness Takes Over
15. The Ministry of Magic
16. The Sacking of Trelawny
17. Flight of the Order of the Phoenix
18. Loved Ones and Leaving

Trailer - ตัวอย่าง

Trailer - ตัวอย่าง

Box Office & Awards - รายได้ และรางวัลต่างๆ

Box Office & Awards - รายได้ และรางวัลต่างๆ

Visual Effects Society Awards
*Outstanding Special Effects in a Motion Picture

Teen Choice Awards     
*Choice Summer Movie – Drama/Action Adventure

People’s Choice Awards, USA     
*Favorite Movie Drama

National Movie Awards, UK
*Family
*Female Performance – Emma Watson
*Male Performance – Daniel Radcliffe

Las Vegas Film Critics Society Awards     
*Best Art Direction

About admin

Check Also

Harry Potter and the Prisoner of Azkaban

ภาพยนตร์ แฮร์รี …

Powered by themekiller.com anime4online.com animextoon.com apk4phone.com tengag.com moviekillers.com