ครบรอบ 9 ปี Deathly Hallows กับคำขอบคุณจาก เจ.เค.โรว์ลิ่ง

 

วันนี้ 21 กรกฎาคม เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่เหล่ามักเกิ้ลหลายคนยังคงจดจำกันได้ดี นั่นคือ เป็นวันครบรอบ 9 ปี ของหนังสือ “Harry Potter and the Deathly Hallows” เล่มที่ 7 ที่วางขายวันแรกทั่วโลกเมื่อปี 2007 สำคัญมากเพราะเป็นวันที่ผู้อ่านทั่วโลกตั้งตารอคอยฉากจบของการผจญภัยของแฮร์รี่ จากเล่มแรก “Harry Potter and the Philosopher’s Stone” เมื่อปี 1997 เรื่อยมาจนถึงเล่มสุดท้าย เป็นเวลากว่าสิบปีที่เหล่านักอ่านได้ร่วมลุ้นระทึกบนหน้าหนังสือ

แต่บอกได้เลยว่า คนที่ลุ้นระทึกมากกว่าใครๆ ก็คือตัวผู้เขียนเอง

เจ.เค.โรว์ลิ่ง ได้ไอเดียเรื่องเด็กกำพร้าในโลกเวทมนตร์มาตั้งแต่ปี 1990 เมื่อมาลองคำนวณเวลาจวบจนถึงวันที่หนังสือแฮร์รี่เล่มสุดท้ายได้วางขายแล้ว ก็เท่ากับว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ อยู่คู่กับเธอมากว่า 17 ปี รักเสมือนเป็นลูกชายจริงๆ ก็ว่าได้

และเพราะเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในชีวิต เจ.เค.โรว์ลิ่ง จึงได้เขียนกิตติกรรมประกาศ เป็นบทความเพื่อแสดงความขอบคุณบุคคลสำคัญต่างๆ ที่ช่วยทำให้ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก โดยบทความดังกล่าวนี้ปรากฏบนเว็บไซต์ส่วนตัวของเธอ  ครั้งแรกตรงกับวันวางขายหนังสือเล่ม 7 พอดี แต่เมื่อเว็บไซต์ส่วนตัวถูกปรับโฉมใหม่ บทความนี้จึงหายไปด้วย
แต่นับเป็นข่าวดี ที่ “มักเกิ้ลไทย” ได้เก็บข้อมูลส่วนนี้ไว้แล้ว และขอนำเสนออีกครั้งในโอกาสที่ “Deathly Hallows” ครบรอบ 9 ปี และก้าวเข้าสู่การครบทศวรรษในปีหน้า มีใครบ้างที่เป็นเบื้องหลังความสำเร็จแห่งปรากฏการณ์แฮร์รี่ พอตเตอร์ ติดตามอ่านต่อด้านล่างได้เลยครับ

 

JKRowlingAcknowledgement
บทความกิตติกรรมประกาศ ในห้องทำงานของเจ.เค.โรว์ลิ่ง จากเว็บไซต์ส่วนตัวรุ่นเก่า (ภาพจาก http://new-technologyinformation.blogspot.com)

ภายในไม่กี่ชั่วโมง คุณจะได้รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับ แฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่ และเหล่าตัวละครที่เหลือ ในการผจญภัยครั้งสุดท้าย ความลับทั้งหมดที่ฉันได้เก็บไว้เป็นระยะเวลานานมาตลอดจะกลายเป็นของพวกคุณด้วย คนที่ได้คาดเดาไว้อย่างถูกต้องก็จะได้รับการพิสูจน์ให้เห็น ส่วนคนที่คาดเดาผิดไป ฉันหวังว่าคงไม่ผิดหวังเกินไปนักนะ! สำหรับฉันเอง ฉันรู้สึกได้ถึงความผสมปนเปของความตื่นเต้น ความกระวนกระวาย และความผ่อนคลาย “Deathly Hallows” ยังคงเป็นภาคที่ฉันชอบในบรรดาซีรีส์ที่ผ่านมา และหลังจากการอ่านทวนซ้ำอีกหลายรอบ ฉันจึงอดใจไม่ได้ที่จะแบ่งปันความรู้สึกนั้นกับ ผู้อ่านที่ได้ฝ่าฟันร่วมกับฉันมาตลอด 6 เล่มที่ผ่านมา

เหลืออีกอย่างเดียวเท่านั้นที่ฉันยังไม่ได้ทำ “การแสดงคำขอบคุณ” นั่นเอง! นี่คือกลุ่มคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับฉันมาในหลายช่วงของการเดินทาง สิบเจ็ดปีที่ฉันได้ทุ่มเทให้แฮร์รี่ พวกเขาเหล่านี้ (ถ้าคุณได้เห็นมันสมองของทุกๆ คนนะ) สามารถบอกเล่าถึงเรื่องราวความแปลกประหลาดมหัศจรรย์ในโลกของแฮร์รี่ได้ต่างไปจากในนิยาย โดยที่เรื่องราวทั้งหมดได้แผ่ขยายเส้นทางข้ามพ้นเกินไปกว่าความฝันที่มหัศจรรย์สุดๆ

13694299_10157135170790392_742398897_o
คริสโตเฟอร์ ลิตเติล (ซ้าย) และ นีล แบลร์ (ขวา) (ภาพจาก http://www.christopherlittle.net และ http://www.theblairpartnership.com ตามลำดับ)

อันดับแรก ฉันรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณอย่างที่สุดต่อตัวแทนของฉัน คริสโตเฟอร์ ลิตเติล ผู้ที่อยู่กับฉันมาตั้งแต่เริ่มต้น และให้โอกาสกับนักเขียนที่ไม่มีใครรู้จักคนหนึ่ง เป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างน่ารักว่า ไม่ควรจะหยุดทำงานปกติ ก่อนที่ฉันจะมาทำงานอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่า ฉันไม่ต้องไปสอนการผันกริยาภาษาฝรั่งเศสอีกต่อไปแล้ว และฉันรู้สึกโล่งใจที่ชื่อของเขาสะดุดตาของฉันในหนังสือรวมรายชื่อนักเขียนและศิลปินประจำปี (Writers’ and Artists’ Year Book) ขอบคุณพระเจ้าที่เขาไม่ได้ถูกตั้งชื่อว่าเวอร์นอน ทุกคนในที่ทำงานของเขา (ตอนนี้ขยายไปมากกว่านั้น) สมควรที่จะได้รับคำขอบคุณที่ลึกซึ้งจากฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอมม่า ชเลซิงเกอร์ ผู้ซึ่งกลายมาเป็นสารานุกรมแฮร์รี่เดินได้ ที่ไม่มีใครมาแทนที่ได้ และ นีล แบลร์ ผู้ที่ร่วมต่อสู้มาหลายสังเวียน ทั้งเกี่ยวกับแฮร์รี่และนิสัยตัวฉันเอง ฉันหวังว่าตอนนี้เขาคงจะได้หยุดพักผ่อนสุดสัปดาห์เหมือนเช่นเคยสักที

คำขอบคุณที่ไม่มีที่สิ้นสุดของฉันมอบให้กับ แบร์รี่ คันนิงแฮม บรรณาธิการของหนังสือเด็ก สำนักพิมพ์บลูมส์บิวรี่ ผู้ที่รับ “Philosopher’s Stone” ไปตีพิมพ์จัดจำหน่าย แต่เขาก็ไม่ได้อยู่กับบริษัทต่อนานพอที่จะได้รับเสียงปรบมือ ชื่นชมในความสำเร็จ ซึ่งสมควรที่จะเป็นของเขา ฉันถูกปฏิเสธจากบรรณาธิการหลายฉบับชื่อยาวเป็นลิสต์ ก่อนที่แบร์รี่จะเห็นข้อดีในหนังสือแฮร์รี่ของฉัน เขาเป็นบรรณาธิการที่ยอดเยี่ยม และฉันจะไม่ลืมความอดทนอดกลั้นของเขาที่มีให้กับนักเขียนคนหนึ่ง ซึ่งบังเอิญเป็นทั้งครูและเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไปด้วยในเวลาเดียวกัน

แบร์รี่ถูกสานต่อโดย เอมม่า แมททิวสัน ผู้ที่กลายมาเป็นบรรณาธิการและเพื่อนของฉันมาตลอด 6 ปี ต่อเนื่องมาจากทั้ง 6 ภาคของแฮร์รี่ ผู้ที่ฉันรอคอยการช่วยแก้ไขในเนื้อหาด้วยความตื่นเต้นทุกครั้งที่ฉันส่งโครงร่างของแต่ละตอน ถ้าปราศจากความใจเย็น ความจริงใจ และการตัดสินใจที่มีเหตุผลของเธอ ฉันคงจะหลงทางแน่นอน การแก้ไขในตอน “Deathly Hallows” มีผลกระทบทางใจต่อตัวฉันมาก และฉันก็นึกไม่ออกว่าจะมีใครจะมาร่วมแบ่งปันกับฉันได้ถ้าไม่ใช่เธอ

13728528_10157135238195392_1549194010_o
ไนเจล นิวตัน (ซ้าย) และ อาเธอร์ เลวีน (ขวา) (ภาพจาก http://www.sussex.ac.uk และ http://www.arthuralevinebooks.com ตามลำดับ)

ทุกๆ คนในฝ่ายหนังสือเด็ก สำนักพิมพ์บลูมส์บิวรี่ ดีกับฉันมาก และทำงานหนักอย่างที่สุดเพื่อแฮร์รี่ รวมถึง โรซามุนด์ เดลาเฮย์ และ ซาราห์ โอเดนีนา ที่ได้อยู่เคียงข้างฉันมาตลอดตั้งแต่เริ่มต้น และเป็นเพื่อนยากกันมาตั้งแต่นั้น ไนเจล นิวตัน ประธานผู้บริหารของบลูมส์บิวรี่ ได้มีส่วนช่วยสนับสนุนอย่างมากตั้งแต่แรกเริ่ม ตั้งแต่ก่อนที่แฮร์รี่จะขายดีด้วยซ้ำ เพราะลูกๆ ของเขาเป็นแฟนคลับของแฮร์รี่ และเขาก็เป็นคนที่มีความกระตือรือร้น และใจกว้างอยู่เสมอ

จุดเปลี่ยนจุดหนึ่งในชีวิตของฉัน คือวันที่ฉันได้พูดกับ อาเธอร์ เลวีน เป็นครั้งแรก เขาเป็นบรรณาธิการชาวอเมริกัน ที่เสนอราคาสูงกว่าอีกสามสำนักพิมพ์ เพื่อได้สิทธิ์หนังสือแฮร์รี่เล่มแรก ฉันรู้สึกกลัวมากตอนที่ฉันหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อคุยกับเขา แล้วสิ่งแรกที่เขาถามคือ “คุณกลัวรึเปล่า?” ฉันคิดว่าฉันรักเขาตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา เขาก็ได้กลายมาเป็นเพื่อนแท้และคนที่ฉันไว้ใจอีกคนหนึ่ง ช่วงเวลาที่ฉันไปซานฟรานซิสโกกับอาเธอร์ ตอนทัวร์อเมริกาครั้งแรกของฉัน ก็เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขที่สุดตั้งแต่มีแฮร์รี่มา

บุคคลอื่นๆ ในสำนักพิมพ์สกอลาสติกที่ฉันต้องขอบคุณ คือ คริส โมแรน ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่น่ารักและเก่งเชี่ยวชาญมากด้วยความสามารถเหนือธรรมชาติ เธอเป็นผู้นำทางฉันตลอดทัวร์ในอเมริกาทั้งสองครั้ง และช่วยเหลือฉันต่างๆ นานาในงานพบนักข่าวหลายๆ ครั้ง ฉันยังเทิดทูนเธอในเรื่องความซื่อสัตย์ ความสามารถในการเก็บกาแฟไว้ในที่ที่ปราศจากความชื้นได้อย่างชัดเจน และมุมปากของหล่อนขณะเปิดหนังสือเพื่อเขียนคำชม

SLUGst/potter DATE5 July 7 00 PHOTOG: Lucian Perkins Reporter:shapira LOCATION:Politics and Prose Caption:Dara La Porte (Children's book expert), who works for Politics and Prose (top, center, right) tries to control the crowd as they make a rush on the new Harry Potter book at midnight. Original Filename: potter3.jpg ORG XMIT: ; 383
ภาพบรรยากาศความโกลาหลในร้านหนังสือ เมื่อครั้งที่ “Harry Potter and the Goblet of Fire” จำหน่ายวันแรก (ภาพจาก http://www.washingtonpost.com)

ฉันอยากขอบคุณ ร้านขายหนังสือทุกหนทุกแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอังกฤษ เพราะพวกเขาสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของแฮร์รี่ ในยุคเริ่มต้น ซึ่งมีรากฐานมาจากการแนะนำปากต่อปากของพนักงานร้านขายหนังสือผู้มีความรู้อย่างสูงยิ่ง ไม่ใช่จากการวางแผนทางการตลาดอันชาญฉลาด แฮร์รี่ได้กลายมาเป็นงานหนักสำหรับเจ้าหน้าที่ขายหนังสือในปีต่อๆ มา ด้วยคำสั่งห้ามขายก่อนกำหนด และฝูงคนที่หนาแน่นกรูกันเข้ามาซื้อ ที่ทำให้งานขายลำบากมากขึ้น ไม่ใกล้ชิดกันเหมือนแต่ก่อนอย่างที่เคยเป็น (แม้หลายๆ คนยังคงเข้ามาต่อแถวตั้งแต่เที่ยงคืนด้วยตนเอง) ซึ่งฉันรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก

แฮร์รี่ พอตเตอร์ ตอนนี้ตีพิมพ์แล้วถึง 64 ภาษา ฉันยังคงระมัดระวังอยู่เสมอถึงความจริงที่ว่า มีผู้คนจำนวนมากที่ติดตามผลงานการผลิตของหนังสือของฉันทั่วโลก ตั้งแต่จีนจนถึงแคนาดา และผู้คนมากมายที่อยู่ระหว่างบริเวณทั้งสองทวีปนั้น การมาถึงของภาคภาษาต่างประเทศเป็นอะไรที่ตื่นเต้นเสมอ และฉันรู้สึกขอบคุณอย่างซาบซึ้งต่อทุกๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยแปลงานของฉัน บางคนฉันได้เจอ แต่บางคนฉันก็ไม่ได้เจอ ฉันจะอย่างส่งคลื่นไซเบอร์เล็กๆ นี้ บวกกับความขอบคุณที่อบอุ่นที่สุดของฉันไปยัง คริสติน, ยูโกะ, อัลลัน, เคลาส์ทุกๆ คน, เปโตร และ ซิกริด หากจะให้เขียนชื่อทุกคนลงไปหมด คงต้องเขียนถึง 12 หน้า โปรดยกโทษให้ฉันด้วยที่กล่าวถึงได้ไม่หมด

ดอตตี เออร์วิง,  มาร์ก ฮัชชินสัน, รีเบคกา ซอลท์ และ นิกกี้ สโตนฮิล จากบริษัทประชาสัมพันธ์โคลแมนเก็ตตี้ ได้ช่วยทำให้ชีวิตฉันง่ายขึ้นมากๆ มันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บแปลบๆ เวลานึกถึงว่า BCG เป็นอย่างไร หนังสือพิมพ์ที่เสนอข่าวแฮร์รี่แบบแปลกๆ คงจะจางหายไปจากชีวิตของพวกเราแล้วล่ะตอนนี้ และพวกเราคงจะคิดถึงพวกเขาเมื่อแต่ละคนแยกย้ายกันไปแล้ว…

13692340_10157135299195392_588114503_o
จดหมายที่ เจ.เค.โรว์ลิ่ง ตอบกลับแฟนคลับหนังสือคนหนึ่งที่เคยเขียนจดหมายไปหาเธอ ลงท้ายชื่อว่า “แอนเจลา มิลน์” หนึ่งในผู้ช่วยส่วนตัวที่เจ.เค.โรว์ลิ่งขอบคุณถึง (ภาพจาก http://cormoranstrike.tumblr.com)

ที่สำนักงานในบ้านของฉันมี คริสติน กับ แอนเจลา ผู้รับหน้าที่ตอบจดหมายเกี่ยวกับแฮร์รี่อย่างเชี่ยวชาญและระมัดระวังอย่างยิ่งมาหลายปี ทำให้แน่ใจว่า ฉันได้อ่านจดหมายที่ฉันควรอ่าน ช่วยนำพาความสงบมาให้ฉันในยามที่มีแต่ความวุ่นวาย ฉันรู้สึกดีใจทีได้เจอพวกเธอทั้งสองคน และตอนนี้ทั้งสองก็ยังคงอยู่ที่นั่น

ไม่ง่ายเลยที่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรถึง ฟิดดี้ ผู้ช่วยส่วนตัวของฉันที่ไม่เคยย่อท้อและมีคุณค่าอย่างหาใครมาแทนไม่ได้ หน้าที่ของเธอได้ขยายขอบเขตมากกว่าแค่การเตือนความจำของฉัน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันได้ทานมื้อเที่ยงกับเธอ และฉันบอกเธอว่างานที่ต้องทำแค่เพียงหนึ่งบ่ายต่อสัปดาห์ เธอยืนอยู่ระหว่างฉันกับคลื่นของความต้องการอย่างถาโถมมาเป็นเวลาหลายปี ช่วยให้ฉันได้มีเวลาเขียนหนังสือ และดูแลลูกๆ มีน้อยวันนักที่ฉันจะไม่ขอบคุณพระเจ้าที่ฉันมีเธอ

และครอบครัวก็เช่นเดียวกัน เป็นเวลานานแล้วที่ ได น้องสาวของฉัน เป็นเพียงผู้เดียวที่มองเห็นจริงๆ ว่ามันเป็นยังไงที่จุดกึ่งกลางของพายุ และอย่างน้อยครั้งหนึ่งที่เธอฉุดฉันขึ้นมา ปัดฝุ่นให้ฉัน และปลอบประโลมฉันให้กลับสู่สติอีกครั้งหนึ่ง แม้แฮร์รี่จะนำพาผลดีมาให้ฉันมากมาย แต่เธอเข้าใจดีว่ามันก็ต้องมีช่วงเวลาบางช่วงที่ความกดดันและความตั้งใจที่ฉันทำสำเร็จ ได้กลายมาเป็นตัวครอบงำฉันอยู่บ้าง แล้วเธอเป็นคนเดียวที่ดูแลฉันผ่านช่วงเวลานั้นและทำให้ฉันมองเห็นสิ่งดีๆ ในอนาคตได้

JK-Rowling-Spouse
ดร.นีล เมอร์เรย์ สามีคนปัจจุบันของ เจ.เค.โรว์ลิ่ง เมื่อครั้งที่ทั้งสองร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ “Harry Potter and the Sorcerer’s Stone” เมื่อปี 2001 (ภาพจาก http://www.celebfamily.com)

ไม่มีนักเขียนคนไหนที่จะมีคู่ครองที่ดีไปกว่าสามีของฉัน ฉันยังไม่เชื่อเลยว่าฉันโชคดีแค่ไหนที่ฉันได้แต่งงานกับ นีล ฉันไม่คิดว่านักเขียนควรจะได้รับความสุขถึงเพียงนี้ กำลังใจของเขาได้ช่วยให้การเขียนเล่มที่หกกับเล่มที่เจ็ดกลายเป็นความสนุกล้วนๆ

สำหรับลูกๆ ของฉัน สองคนสุดท้องยังไม่รู้เลยว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ นั้นเกี่ยวกับอะไร การตั้งหน้าตั้งตาคอยที่จะแบ่งปันประสบการณ์ในหนังสือกับพวกเขาเวลาที่เขาโตพอแล้ว ทำให้ฉันไม่รู้สึกเศร้าใจเกินไปนักที่เขียนหนังสือจบ

บุคคลสุดท้ายที่ฉันต้องขอบคุณ คือบุคคลที่สำคัญสุดเหนือคนอื่นใด คนที่ฉันเป็นหนี้และปลื้มปีติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ฉันเขียนร่างสุดท้ายของสามบทแรกในภาค “Philosopher’s stone” ขณะที่ฉันตั้งท้องลูกสาวคนโต เจสสิกา เธอไม่เคยรู้ว่าการมีชีวิตอยู่โดยปราศจากแฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นอย่างไร แม้แต่ตอนที่เขายังไม่ได้ตีพิมพ์ เขาก็มีตัวตนอยู่จริงๆ ในบ้านของเรา ตามที่ฉันได้พิมพ์อย่างบ้าคลั่งตลอดช่วงเวลาเย็น หรือแม้แต่ตอนชะงักบทสนทนากับลูกสาว เพื่อที่จะจดรายละเอียดเล็กน้อยบนกระดาษ ไม่เคยสักครั้งที่เจสสิกาจะบ่นเกี่ยวกับความตั้งใจ ความเอาใจใส่ที่ฉันมีต่อพี่ชายในนิยายของเธอ ไม่เคยสักครั้งที่เธอจะต่อว่าฉัน สำหรับความจริงที่ว่า บางครั้งแฮร์รี่ก็มีข้อเสียมากกว่าข้อดีต่อชีวิตของเธอ มันไม่ได้ง่ายเลยที่เป็นลูกสาวของ เจ.เค.โรว์ลิ่ง แต่ถ้าฉันได้ตัดสินใจที่จะหยุดเขียนก่อนที่จะถึงเล่มเจ็ด ก็คงกลายเป็นความผิดหวังของเจสสิกาที่ฉันจะกลัวที่สุด ความจริงที่ว่า “Deathly Hallows” จะวางอยู่ข้างๆ เตียงของเจสสิกา และโดนอ่านจนกระดาษยับยู่ยี่แล้วพังไป มีความหมายมากกว่าสิ่งอื่นใดสำหรับฉัน มากกว่ายอดผลิตที่ยิ่งใหญ่ มากกว่ายอดขายทั้งหมดในโลกนี้รวมกัน ดังนั้นขอบคุณนะ เดกกา (และก็จัดห้องซะด้วยนะ มันเริ่มเน่าแล้วล่ะ ด้วยรัก จากแม่)

 

 

จะเห็นได้ว่า ความสำเร็จของวรรณกรรมชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไม่ได้มาจากตัวผู้เขียนเองคนเดียว หากได้รับความช่วยเหลือและแรงสนับสนุนจากผู้คนมากมาย ทั้งที่ได้ถูกกล่าวถึงในนี้ และอีกหลายๆ คนที่ไม่ได้ถูกพูดถึง ลำพังแค่ “เจ.เค.โรว์ลิ่ง” คนเดียว ไม่อาจทำให้แฮร์รี่เป็นที่รู้จักได้ถึงขนาดนี้

เพราะฉะนั้น ทุกๆ ความสำเร็จ ต้องมาจากการร่วมมือร่วมใจของบุคคลหลายฝ่าย ถ้าทำด้วยคนเดียวเพียงลำพัง อาจจะสำเร็จได้ แต่ยากที่จะไปไกล แต่เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากหลายๆ มือ ก็จะเห็นผลลัพธ์ได้ไกลมากขึ้น

 

About admin

Check Also

(สั่งจอง) แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ ฉบับภาพประกอบ 4 สี ภาษาไทย (ปกแข็ง) แถมกระเป๋าผ้า

แฮร์รี่ พอตเตอร …

Powered by themekiller.com anime4online.com animextoon.com apk4phone.com tengag.com moviekillers.com