• A R C H I V E S
News Archives
Polls Archives
• T H E  B O O K S
• J K  R O W L I N G
Biography
Photographs
Contact Her
Interviews
Links
• J K  R O W L I N G  D O T  C O M
• M O V I E S
• I N T E R V I E W S
Main Interviews
• M U L T I M E D I A
• F A N S  C O R N E R
English with Harry Potter
Competitions
Fan Fiction
Fan Art
Webboard
• T H E  S I T E
About MuggleThai
Past Layout
In The News
MuggleThai Staff
MuggleThai Gallery
Competitions
Support Us
Copyright
Awards
Credit
Links / Link to Us
Guestbook
Contact Us
• T O P  A F F I L I A T E S
  • View All | Become One ?
  • • s i t e  s t a t s
     
    • Q&A with อาจารย์ สุมาลี

    คำตอบจากอาจารย์สุมาลี ครั้งที่ 1
    รวบรวมคำถามจากวันที่ 12-16 กรกฎาคม 2551

     

    อยากทราบว่าอาจารย์สุมาลีชอบแฮร์รี่ พอตเตอร์เล่มไหนมากเป็นพิเศษ เพราะอะไรครับ ?

    ถามโดยน้อง คุณป้ามาร์จ : tong_hp@hotmail.com

    ตอนแรกชอบเล่มสามมากที่สุด เพราะพล็อตเรื่องและตัวละครสนุกมาก เดาไม่ถูกเลยจนถึงตอนจบ แต่พอเล่มเจ็ดออกมา ก็ตัดสินใจว่าชอบเล่ม ๗ มากที่สุด ถ้าใช้สำนวนรอน ก็ต้องบอกว่า ก็มันสุดยอดจริงๆ เลยนี่ คุณเจ.เค. โรว์ลิ่งเผยความลับเรื่องอาวุธและพลังอำนาจที่แฮร์รี่มีและจอมมารไม่มีได้อย่างน่าตื่นเต้นมาก แล้วจะไม่ติดใจเล่มนี้ได้อย่างไร จริงไหม

    อาจารย์รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ ทั้ง 5 ภาค ที่ดัดแปลงเนื้อหาบางส่วนครับ ?

    หนังสือกับภาพยนตร์เป็นสื่อที่ต่างกัน เราใช้เวลาอ่านหนังสือได้ทั้งวัน จะพักแล้วอ่านต่ออีกเมื่อไรก็ได้ คนเขียนจึงใส่เนื้อหารายละเอียดได้เต็มที่ แต่ภาพยนตร์มีเวลาจำกัด อย่างมากยาวได้สามชั่วโมงครึ่ง จะฉายข้ามวันข้ามคืนไม่ได้  ดังนั้นคนเขียนบทก็ต้องแก้ไขดัดแปลงเรื่องเป็นธรรมดา แต่คุณเจ. เค. โรว์ลิ่งก็ช่วยอ่านบทตรวจทานให้ก่อนแล้ว ถ้าโรว์ลิ่งไม่เห็นชอบ คนเขียนบทก็ต้องแก้ไข ดังนั้นแฟนๆ แฮร์รี่ พอตเตอร์ถึงไม่น่าผิดหวังกับการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบางส่วนหรอกนะ แต่บอกตรงๆ ถ้าจะให้สนุก ดูภาพยนตร์อย่างเดียวไม่พอหรอก ต้องอ่านหนังสือประกอบด้วย

    อยากทราบว่าทำไมอาจารย์ถึงแปลคำว่า ศัพท์บางคำจึงแปลไม่เหมือน การแปลโดยคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ และคุณวลีพร หวังซื่อกุล ครับ

    ถามโดยน้อง WingedWizard

    แหม ช่างสังเกต อ่านละเอียดดีแท้ๆ สมเป็นแฟนแฮร์รี่ พอตเตอร์อย่างแท้จริง อันที่จริง ผู้แปลก็พยายามใช้คำศัพท์ให้เหมือนกับที่คุณงามพรรณและคุณวลีพรแปล แต่บางทีก็พลาดไปบ้าง เพราะคำศัพท์อังกฤษบางคำ แปลเป็นคำไทยได้หลายความหมาย หรือหลายคำ หรือบางที เพราะผู้แปลแต่ละคน ตีความกันต่างๆ กันไปด้วยค่ะ  นอกจากนี้ขอสารภาพว่า คนเดียวแปล บางคำ เล่มแรกๆ แปลอย่างหนึ่ง เล่มต่อๆ ไป คิดคำได้ถูกใจมากกว่า ก็เปลี่ยนตามใจบ้างเหมือนกันค่ะ ยกตัวอย่าง คำว่า bell ของโรงเรียนฮอกวอตส์  จะแปลว่า ระฆัง ก็ได้ กระดิ่งก็ได้ ผู้แปลสามคน จึงแปลระฆังบ้าง กระดิ่งบ้าง แล้วแต่การตีความ ดิฉันเองแปลว่า ระฆัง เพราะชอบเสียงก้องๆ กังวานแบบโบราณในปราสาท แต่คุณงามพรรณแปลว่า กระดิ่ง เสียงกริ๋งๆ ทันสมัยหน่อย

    อยากทราบว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ได้แปลเล่ม 3 กับเล่ม 4 ครับ

    ที่ไม่แปลเล่ม ๓ เพราะแปลเล่ม ๑ และ ๒ ติดต่อกันรวดเดียวเลย เหนื่อยมาก ไม่มีกำลังแปลเล่ม ๓ ได้อย่างรวดเร็ว  นานมีบุ๊คส์ จึงขอให้คุณวลีพร หวังซื่อกุล ช่วยแปลเล่ม ๓ ให้ค่ะ จะเห็นว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ ทั้งสามเล่มออกมาวางตลาดไล่เลี่ยกัน ส่วนเล่ม ๔ ตั้งแต่หนังสือฉบับภาษาอังกฤษยังไม่ออกวางตลาด คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็น บก. เล่ม ๑ ถึงเล่ม ๓ ให้ ก็บอกบริษัทนานมีบุ๊คส์ว่า ในเมื่อเปลี่ยนตัวคนแปลแล้ว ก็ขอแปลเล่มสี่เอง ทางบริษัทจึงมาถามดิฉัน ดิฉันก็ไม่ขัดข้องเลย และภายหลังเมื่อได้เห็นความหนาของเล่มสี่แล้วก็ดีใจมากที่ไม่ต้องเป็นผู้แปลค่ะ พอถึงเล่มห้า หก เจ็ด หนังสือแต่ละเล่มออกมาราวๆ สองปี ต่อเล่ม ดิฉันทำงานได้สบายขึ้น จึงกลับมาเป็นผู้แปลต่อไปค่ะ

    Doxy ((สัตว์วิเศษ คล้ายแฟรี่ แต่นิสัยหยาบคายกว่า)) อ่านว่า โดซี่ ตามหนังสือสัตว์มหัศจรรย์ หรือ ด๊อกซี่ ตามที่ปรากฏในเล่ม 5 - 6 ดีครับ

    คำว่า Doxy นี้ปรากฏครั้งแรกในหนังสือเรื่อง สัตว์มหัศจรรย์  ตามหลักการถอดคำอ่านภาษาอังกฤษเป็นไทยของราชบัณฑิตยสถาน ต้องถอดเป็นไทยว่า โดซี่ ดังที่ผู้แปลหนังสือสัตว์มหัศจรรย์ใช้ แต่ในภาษาอังกฤษนั้นมีการออกเสียงหนักเบา ไม่เหมือนในภาษาไทย ดังนั้น คนอังกฤษ จะออกเสียงคำว่า Doxy ว่า ด๊อกซี่ ดิฉันจึงขออนุญาต บก. ถอดเสียงตามแบบอังกฤษค่ะเพราะคิดว่าถ้าเด็กๆ ที่ดูภาพยนตร์ ได้ยินคำว่า Doxy จะได้เข้าใจว่าเป็นสัตว์ประเภทไหน

    มีบางช่วงบางตอน ที่มีการแปลคำว่า Warlock เป็นคำว่า หมอผี .. ผมว่ามันออกจะยังไง ๆ อยู่อ่ะครับ ((อ่านแล้วนึกถึงจอมขมังเวทย์ เสกตะปูเข้าท้อง)) ผมคิดว่าถ้าเลือกใช้คำว่า “พ่อมด” ให้ความรู้สึกเหมือนกันไหมครับสำหรับตอนที่อาจารย์แปลครับ

    “Warlock ตามพจนานุกรมมีสองความหมาย ความหมายแรกคือ คนที่เสกเวทมนตร์ดำ หรือเวทมนตร์ฝ่ายชั่ว ความหมายที่สองคือ นักทำนาย หมอดู นักมายากล เพราะฉะนั้นผู้แปลบางตอนจึงแปล warlock ว่าหมอผี เพื่อให้นึกถึงจอมขมังเวทย์ เสกตะปูเข้าท้อง อย่างที่ว่านั่นแหละ เป็นพ่อมดที่ชั่วร้าย ไม่ใช่พ่อมดใฝ่ดีแบบแฮร์รี่ แต่บางตอนจะเห็นว่า warlock ที่โรว์ลิ่งใช้ หมายถึงพ่อมดที่มีเวทมนตร์มาก ไม่ระบุว่าร้าย ก็ใช้ “พ่อมด” เฉยๆ 

    ชื่อบท Felix Felicis อาจารย์แปลว่า "น้ำยานำโชค" ทำไมไม่ทับศัพท์ไปเลยครับผม

    คิดหนักเหมือนกันว่าจะใช้ทับศัพท์เลยดีไหม แต่สงสารเด็กเล็กๆ ที่เพิ่งอ่านหนังสือแตกไม่นาน จะต้องมาปวดหัวกับคำว่า “เฟลิกซ์ เฟลิคิส” ซึ่งอ่านยากกว่า “น้ำยานำโชค” จึงแปลและใช้ทับศัพท์ประกอบกันไปด้วยค่ะ

    คำสั่งเสียสุดท้ายของสเนป "Look at me" ที่สเนปบอกว่า "ดูฉันด้วย" นั้น เพราะว่าสเนปอยากเห็นดวงตาของลิลี่ในตัวแฮร์รี่ก่อนจะตาย ซึ่งผมก็ชอบแนวคิดนี้ .. แต่ส่วนตัวแล้ว ผมอยากให้ใช้คำว่า "มองฉันสิ" มากกว่าครับ .. เพราะอารมณ์มันกำลังถึงจุดขีดสุดครับ ((เป็นแค่ความเห็นของผมครับ อยากให้อาจารย์ช่วยแนะนำหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ))

    เห็นด้วยค่ะว่า “มอง. . .ฉัน .. .สิ” หรือ “มอง. . .ฉัน”  อาจจะได้อารมณ์มากกว่า “ดูฉันด้วย” ตอนที่แปลนั้น คิดว่าสเนปอยากเห็นดวงตาของลิลี่ จึงขอให้แฮร์รี่มองดูเขา เพราะดูตาแฮร์รี่ก็เหมือนเห็นตาของลิลี่ ความที่แปลอย่างรวดเร็วมาก ให้หนังสือออกมาทันใจผู้อ่านคนไทย จึงไม่มีเวลาคิดใคร่ครวญมากนัก ต้องขออภัยด้วยนะคะ ที่ทำให้ผู้อ่านเสียอารมณ์ไปบ้าง ทำงานเร่งๆ ก็มีผิดพลาด หรือไม่ถูกใจผู้อ่าน บางทีก็ไม่ถูกใจผู้แปลเองด้วย เวลาที่อ่านทวน

    ทำไมอาจารย์ถึงเลือกใช้นามปากกาว่า "ผีเสื้อสมุทร ณ เกาะแก้วพิสดาร" กับ "นิลมังกร" ในการแปล ควิดดิชในยุคต่าง ๆ กับ สัตว์มหัศจรรย์ฯ ครับ  ((ตอนแรกผมไม่รู้เลยว่าเป็นฝีมือแปลของอาจารย์ครับ))

    ดิฉันแปลเรื่อง ควิดดิช ค่ะ ไม่ได้แปลเรื่องสัตว์มหัศจรรย์ ที่ใช้นามปากกาอื่น ไม่ใช่ สุมาลี ก็เพราะว่าจะเลียนแบบเจ. เค. โรว์ลิ่ง ซึ่งเมื่อเขียนหนังสือสองเล่มเล็กนั่น เพื่อหาเงินเข้ากองทุนการกุศลคอมมิกรีรีฟ เขาก็ไม่ได้ใช้ชื่อจริง แต่ใช้นามแฝงตลกๆ ค่ะ

    เมื่อคืนผมเพิ่งสแกนเจอครับ ... มีการกล่าวถึง Wolfsbane Potion ... ซึ่งเคยถูกกล่าวถึงมาแล้วในเล่ม 1 ว่า วูฟส์เบน กับ มองส์ฮู้ดนั้น คือพืชชนิดเดียวกัน มีฤทธิ์กล่อมประสาท .. แต่ในเล่ม 6 มีการแปลคำนี้เป็น "น้ำยาระงับหมาป่า" ... ผมถึงกับงงไปหลายนาทีเลยครับผม

    โธ่ ถึงกับงงไปหลายนาทีเลยหรือคะ ต้องขออภัยด้วยค่ะ ที่ทำให้มึนงง ก็หนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์มีตั้ง ๗ เล่ม รวมแล้วหนากกว่าคัมภีร์ไบเบิลเสียอีก ดังนั้นผู้แปลขอยอมรับผิดค่ะว่าบางครั้งแปลไม่สม่ำเสมอกัน คำเดียวกัน บางทีใช้ทับศัพท์ บางทีแปลถอดความ เฮ้อ ก็น้ำยาต่างๆ ของโรงเรียนฮอกวอตส์มีกว่าร้อยชนิดนี่คะ เอ. .. หรือจะพลาดอีกแล้ว มีไม่ถึงร้อยชนิดนะ

    Jinx, Hex และ Curse ต่างกันยังไงครับอาจารย์?

    เป็นคำถามที่ถูกใจนักแปลอย่างยิ่งเลยค่ะ และขอแถมคำศัพท์ Spell และ Charm ให้อีกสองคำด้วย Jinx, Hex, Curse ล้วนเป็นคำสาปแช่ง เป็นเวทมนตร์ฝ่ายชั่ว Jinx เป็นมนตร์ที่ทำให้โชคร้ายหรือมุ่งทำร้ายผู้อื่น Hex ก็เช่นกัน เป็นคาถาที่ชั่วร้าย ทำให้อับโชค มีรากคำมาจากภาษาเยอรมัน ส่วน Curse หมายถึงขออำนาจเหนือธรรมชาติดลบันดาลให้ผู้อื่นประสบอันตราย มีภัยพิบัติ เป็นคำศัพท์อังกฤษแท้ๆ ค่ะ  ส่วนคำว่า Spell และ Charm นี้ สังเกตได้ว่าโรว์ลิ่งใช้ในความหมายทางดี Spell หมายถึงคาถาที่ท่องเพื่อให้เกิดพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ ส่วน Charm เป็นคาถาหรือเวทมนตร์ที่ใช้คุ้มครองปกป้องจากภัยอันตรายต่างๆ

    คำว่า Entrance Hall ที่เป็นส่วนแรกของปราสาทฮอกวอตส์ แปลเป็น "โถงทางเข้า" หรือ "ห้องโถงกลางมากกว่ากันครับ ( ... ผมสังเกตว่ามีการใช้คำว่า "โถงทางเข้า" ในเล่มแรก ๆ แต่ใช้คำว่า "ห้องโถงกลางในเล่มท้าย ๆ ครับอาจารย์)

    Entrance Hall คือห้องแรกที่เข้ามาถึงเมื่อเปิดประตูบานใหญ่ของปราสาท ตอนแรกๆ แปลว่า โถงทางเข้า แต่ภายหลังเปลี่ยนไปใช้ ห้องโถงกลาง ดังเช่นที่ผู้อ่านสังเกต เพราะว่าคำว่าห้องโถงกลาง เพราะผู้แปลเพิ่งคิดออกว่าเป็นศัพท์ที่ผู้รู้ก่อนหน้าท่านใช้แบบนี้ค่ะ

    ชื่อบทที่ 25 ของเล่ม 6 “Seer Overheard” ที่แปลว่า “ผู้ได้ยินคำทำนาย” .. อาจารย์เลือกใช้คำว่า “คำทำนาย” ในเล่มสุดท้ายครับ แต่เล่มก่อนหน้าใช้คำว่า “คำพยากรณ์” มาตลอดอ่าครับผม?

    ชื่อบทที่ ๒๕ ของเล่มที่ ๖ Seer Overheard นี้ ผู้แปลและกองบก. คิดกันหนักว่าจะแปลว่าอย่างไรดี เพราะว่า ถ้าแปลกันตรงๆ หมายความว่า Seer คือ นักพยากรณ์ หรือ นักทำนาย ถูกแอบฟัง ซึ่งก็หมายถึงอาจารย์ทรีลอว์นีย์เมื่อตอนที่พยากรณ์เรื่องของจอมมารและเด็กที่จะเกิดมาพิชิตจอมมารนั่นเอง ถูกคนลอบฟังคำทำนายนั้น แต่บก. เห็นว่าน่าจะแปลว่า ผู้ได้ยินคำทำนาย ซึ่งก็คือศาสตราจารย์สเนป ซึ่งลอบฟังหน้าประตูห้องว่าทรีลอว์นีย์จะพูดอะไรกับดัมเบิลดอร์  ส่วนเรื่องที่ใช้คำว่า คำทำนาย แทนที่จะใช้ คำพยากรณ์ ก็เพราะว่า คำพยากรณ์ และคำทำนาย มีความหมายเดียวกัน แต่ “ผู้ได้ยินคำทำนาย” กระชับและฟังรื่นหูกว่า “ผู้ได้ยินคำพยากรณ์”

    ค่าเงินพ่อมด โดยเฉพาะ หน่วย Knut นั้น ... ผมสงสัยว่าสะกดด้วยคำว่า Knut ((คนุต)) หรือ Knuts ((คนุตส์)) ครับผม?  เพราะในเล่ม 5 มีปรากฏว่า เฮอร์ไมโอนี่จ่ายเงินค่าส่งเดลี่พรอเฟ็ตให้นกฮูกไป 1 หน่วย ((A Knut)) ...... ผมเข้าใจว่า คำว่า Knuts ((คนุตส์)) จะใช้ในกรณีที่จำนวนเงินนั้นมากกว่าหนึ่งเท่านั้น ..... แต่ในภาษาไทย เวลาพูดถึงเงินที่มากกว่า 1 คนุต เราน่าจะใช้คำว่า คนุต ไปเลย ไม่ใช่ คนุตส์  หรือเปล่าครับ?.... เหมือนเวลาเราบอกว่าเงิน 3 ดอลลาร์ ครับ

    เข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ  ขออภัยที่แปลผิดพลาดนะคะ

    ชื่อบทที่ 27 ในเล่ม6 ((อันที่จริง ชื่อบทนี้ปรากฏครั้งแรกในบทที่ 25 ก่อนแล้ว)) "The Lightening-Struck Tower" เป็น "หอคอยถูกฟ้าผ่า" ครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงอารมณ์ของบทนั้น ผมคิดเห็นว่าหากแปลว่า "หอคอยฟ้าฟาด" อาจารย์คิดเห็นอย่างไรครับผม

    ยังชอบคำว่า “หอคอยถูกฟ้าผ่า” มากกว่า “หอคอยฟ้าฟาด” ค่ะ เพราะว่า “หอคอยฟ้าฟาด” ฟังแล้วเหมือนเป็นชื่อของหอคอย แต่ “หอคอยถูกฟ้าผ่า” ชี้เฉพาะชัดเจนเลยว่า ฟ้าผ่าลงมาถูกหอคอย ไม่ใช่ชื่อของหอคอย และบอกเป็นนัยด้วยว่า เคราะห์ร้ายกำลังมาเยือนโรงเรียน

    อาจารย์ รัฐศักดิ์ บำรุงสุข ครับ .. พอดีว่าคนนี้เป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยของผมครับ  ผมจึงนึกสงสัยครับว่าอาจารย์รัฐศักดิ์เป็นญาติกับอาจารย์หรือเปล่าครับ

    เอ.. . สงสัยเหมือนกันค่ะว่าใช่ญาติเราหรือเปล่าหนอ แต่ อ. ดร. สุรชาติ บำรุงสุข ที่สอนที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั่นเป็นญาติแน่นอนค่ะ ลูกชายของเขา หลานของดิฉัน ก็เป็นสมาชิก Mugglethai.com เหมือนกันค่ะ

    พูดถึงเรื่องค่าจัดส่งเดลี่พรอเฟ็ต ... อัตราค่าจัดส่งในเล่ม 1 บทที่ 4 จึงเป็นราคา 5 คนุต แต่ในเล่ม 5 บทที่ 12 จึงเป็น 1 คนุต ครับ ((ผมตรวจทานกับฉบับภาษาอังกฤษแล้ว ก็มีความแตกต่างตรงจุดนี้เช่นกัน ถ้า อ.สุมาลี มีคำตอบเรื่องนี้ รบกวนอธิบายด้วยคร้าบบผม))

    ถามโดยน้อง Hogwartslover : champ_pcs@hotmail.com
    ข้าน้อยฯ ขอน้อมคารวะ คุณHogwartslover ในฐานะที่เป็นแชมป์จอมสังเกต ผู้แปลยังไม่ได้สังเกตเลยค่ะ และคิดว่า คุณโรว์ลิ่ง ผู้เขียนและ บก. ที่ช่วยตรวจทานต้นฉบับก็คงอ่านพลาดไปเหมือนกัน อธิบายไม่ได้หรอกค่ะ นอกจากจะเดาเล่นๆ ว่า เวลาผ่านไปสี่ปี  เดลี่พรอเฟ็ตขายดีมากๆ เพิ่มยอดพิมพ์ได้สูง เลยยอมลดราคาให้ผู้อ่านกระมัง

    ตอนนี้คุณสุมาลีกำลังทำอะไรครับ หลังจากงานแปลหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ จบโดยบริบูรณ์ครับ?

    อ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์ทวน ตั้งแต่เล่มแรกจนถึงเล่มสุดท้าย แล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข หลังจากนั้นก็จะเริ่มอ่านทวนใหม่!!! นอกจากนั้นก็เตรียมต้นฉบับ ม็อกซ์ แมวมหัศจรรย์ รวมเรื่องสั้นที่จะส่งให้บริษัทนานมีบุ๊คส์ช่วยพิจารณาจัดพิมพ์ให้ค่ะ เป็นเรื่องของเด็กชายชื่อ นิก กับม็อกซ์ แมวมหัศจรรย์ของเขา ซึ่งเป็นแมวพิเศษ สามารถติดต่อสื่อสารกับนิกได้ รับรองว่าสนุกมากค่ะ

    มีหนังสือเล่มไหนอีกใหม่ครับที่คุณสุมาลีอยากจะแนะนำให้คนไทยได้ลองอ่านเป็นพิเศษครับ?

    หมายถึงหนังสือภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยละคะ แน่นอน สำหรับภาษาไทย ดิฉันก็ต้องขอแนะนำผลงานของดิฉันเอง ที่หวังว่าผู้อ่านคงพอใจ เช่น เรื่องของม่าเหมี่ยว ม่าเหมี่ยวและเพื่อน ลวงรัก ปริศนาหน้าร้อน และม็อกซ์ แมวมหัศจรรย์ เป็นต้น จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ทั้งสิ้นค่ะ สำหรับหนังสือภาษาอังกฤษ ที่น่าสนใจ และแปลเป็นไทยแล้ว ก็เช่นเรื่อง Ella Enchanted ของ Gail Carson Levine  เป็นเรื่องซินเดอเรลล่าแบบทันสมัย ที่อธิบายว่าทำไมซินเดอเรลล่าถึงได้ทำทุกอย่างตามคำสั่งของแม่เลี้ยงและลูกสาวใจร้ายเหล่านั้น  และถ้าอยากฝึกภาษาอังกฤษก็เรื่อง Elsewhere ของ Gabrielle Zevin เป็นเรื่องของเด็กสาวที่ถูกรถชนตายค่ะ แต่รับรองว่าไม่เหี้ยมโหดหรือโศกเศร้าสะเทือนอารมณ์ กลับเพียบด้วยอารมณ์ขัน และแง่คิดที่ลึกซึ้ง ส่วนคนที่ชอบเรื่องเวทมนตร์ตื่นเต้นทำนองแฮร์รี่ พอตเตอร์ ลองติดตามอ่านชุด เซปติมัส ฮีบ ซิคะ สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์จัดแปลและพิมพ์หลายเล่มแล้ว ดิฉันตามอ่านก็ชอบใจว่าสนุกดีค่ะ

    ตอนนี้คุณสุมาลีจะกลับมาเยี่ยมเมืองไทยบ้างหรือเปล่าครับ?

    ถามโดยน้อง Umbridge (แทน) : tanba_jing@hotmail.com

    ต้องกลับมาเยี่ยมเมืองไทยอีกแน่นอนค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดว่าเวลาใด รับรองว่าถ้ากลับเมืองไทยเมื่อไร จะประกาศให้ทราบ เผื่อว่าจะได้ไปคุยกับน้องๆ มักเกิ้ลไทยไงคะ

    อาจารย์คิดว่าจะได้แปลผลงานต่อไป ของป้าโจอีกหรือเปล่าครับ

    ยังไม่ทราบเลยค่ะว่าป้าโจจะเขียนงานอะไรออกมา ติดตามดูเว็ปไซต์ของเธออยู่เรื่อยๆ เลยค่ะ แต่ยังไม่ได้แว่วข่าวใหม่ๆ

    อาจารย์เคยอินสุดๆไหมครับเวลาแปลตอนที่สำคัญของเรื่อง

    อย่างที่เคยสารภาพกับแฟนๆ พอตเตอร์ที่เมื่อเดือนธันวาคมที่แล้ว บางตอนในเล่ม ๗ นี้ แปลไปก็น้ำตาซึมไปด้วยค่ะ สงสารตัวละครที่จากไป โดยเฉพาะด๊อบบี้ที่จงรักภักดีกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ อย่างลึกซึ้ง

    อาจารย์คิดว่าประสบการณ์ที่ได้จากการแปลแฮร์รี่ พอตเตอร์คืออะไรบ้างครับ

    ทำให้เป็นคนทำงานเป็นระเบียบ ละเอียด ระมัดระวังมากขึ้น เพราะต้องแปลหนังสือเล่มโตอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างต้องเป็นระบบค่ะ นอกจากนั้น เรียนรู้ว่าอย่าประมาท ถ้าไม่รู้ ไม่เข้าใจ ควรถามผู้เขียนทันที ถ้าเขาไม่ตอบ ต้องเดา ก็จำเป็นค่ะ ขอยกตัวอย่างคือเรื่อง ย่าของเนวิลล์ ลองบัตท่อม ต้นฉบับเล่มแรกๆ บอกแต่ว่าเป็น grandmother  ไม่บอกว่าฝ่ายพ่อหรือฝ่ายแม่ ดิฉันก็แปลทันทีว่า คุณยาย เล่มสี่ถึงบอกให้รู้ว่า เป็นคุณย่า ต่างหากไม่ใช่คุณยาย เช่นเดียวกัน เมื่อกล่าวถึง อาเบอร์ฟอร์ธ ดัมเบิลดอร์ เขาก็ใช้แต่ว่าเป็น brother  ผู้แปลก็แปลว่า พี่ชาย ภายหลังจนเล่มเจ็ดแล้ว จึงได้รู้ว่าเป็นน้องชาย

    ตอนที่อาจารย์ตัดคำว่าเพฟเวอเรลออกจากเล่มหก อาจารย์รู้สึกอย่างไรบ้างครับที่คำๆนี้ มันมีผลต่อภาคสุดท้ายขึ้นมาครับ

    ถามโดยน้อง tee potter : dororas_tee@hotmail.com

    ตอนที่ตัดคำว่า เพฟเวอเรล ออกไปเมื่อแปลเล่มหกนั้น ดิฉันทำ หลังจากที่เที่ยวถามไถ่เพื่อนฝูงชาวอังกฤษและเที่ยวหาข้อมูลในเว็ปไซต์ต่างๆ มาตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นแปลจนถึงจะต้องส่งต้นฉบับพิมพ์แล้ว ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าทำไมจู่ๆ ชื่อนี้ถึงปรากฏขึ้นมาว่าเป็นตราเพฟเวอเรลอยู่บนแหวน เพื่อนบอกว่าต้องเป็นชื่อตระกูลแน่ๆ แต่ดิฉันสงสัยว่าทำไมพูดถึงตระกูลเพฟเวอเรล ทำไม ไม่ใช่ตระกูลสลิธีรินล่ะ ในที่สุดปรึกษากับ บก.แล้ว ก็คิดว่าตัดออกดีกว่า ไม่ให้ผู้อ่านงงตาแตกเหมือนเรา แต่ที่ไหนได้ เมื่อดิฉันอ่านเล่มเจ็ด พอถึงชื่อตระกูลเพฟเวอเรลนี่ ดิฉันเหงื่อแตกซิกเลยค่ะ ใจหวิว เหมือนจะเป็นลม รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งว่าเราทำพลาดอย่างมโหฬาร ไปตัดเงื่อนงำที่โรว์ลิ่งเคยบอกไว้แล้วว่าซ่อนไว้ในเล่มหก จึงต้องใช้คำนำ ประกาศขออภัยผู้อ่านและเพื่อเตือนผู้อ่านให้สังเกตชื่อนี้ให้ดีๆ ด้วยค่ะ หวังว่านักอ่านทั้งหลายคงอ่านคำนำก่อนตะลุยอ่านหนังสือนะคะ  

    รบกวนอาจารย์ช่วยแนะนำคนที่อยากเป็นนักแปลเหมือนอาจารย์ให้หน่อยค่ะ ^^

    ถามโดยน้อง Zarscar : anubisai@hotmail.com


    ด้วยความยินดีอย่างยิ่งเลยค่ะ อยากให้มีนักแปลเก่งๆ ติดตามกันมามากๆ ค่ะ หนังสือภาษาต่างชาติ นอกจากภาษาอังกฤษ มีมากมายนะคะ แต่ก่อนที่จะเก่งภาษาต่างชาติ ดิฉันขอย้ำว่านักแปลต้องเก่งภาษาไทยด้วยค่ะ ภาษาของเราเองต้องได้ ดีเยี่ยม ก่อน แล้วจึงสนใจเรียนภาษาต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาษาใดๆ ก็ตาม บก. นานมีบุ๊คส์ เคยบอกดิฉันว่า คนที่มาสมัครเป็นนักแปลบางคน เก่งภาษาอังกฤษมาก แต่อ่อนภาษาไทย เขาจำต้องปฏิเสธไปค่ะ
    ทำอย่างไรจึงจะเก่งภาษาไทย ก็ต้องอ่านหนังสือให้มากๆ ไม่ใช่แต่นิยายเรื่องบันเทิง ต้องอ่านทั้งสารคดี วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เพื่อให้รู้จักศัพท์ต่างๆ รู้จักสำนวนภาษาที่ดี กลอน กาพย์ โคลง วรรณคดีทั้งหลายก็ควรอ่านด้วย จะได้แต่งกลอนเป็นไงคะ จะเห็นว่าเจ. เค. โรว์ลิ่งเองแต่งกลอนไว้ด้วย ผู้แปลต้องแปลถอดเป็นกลอนเหมือนกัน
    เมื่อภาษาไทยดีเยี่ยม ภาษาต่างชาติเก่ง ก็ถึงเวลาฝึกซ้อมแปลค่ะ หัดแปลเรื่องสั้นๆ ก่อน แปลข่าวสั้นๆ แปลสารคดี ฝึกหัดไว้เรื่อยๆ จะได้ชำนาญขึ้น งานทุกอย่าง ไม่ว่างานศิลปะหรืองานวิทยาศาสตร์ การฝึกฝน จะทำให้เชี่ยวชาญขึ้นค่ะ

    สมาชิกและทีมงานเว็บไซต์มักเกิ้ลไทยดอทคอมขอขอบพระคุณท่านอาจารย์สุมาลีและบริษัทนานมีบุ๊คส์จำกัด เป็นอย่างสูงที่กรุณาสละเวลาอันมีค่านี้ค่ะ

    ดิฉันยินดีมากที่มักเกิ้ลไทยสนใจการอ่าน มีความสังเกตและ ช่างคิด ช่างสงสัย ขอให้อ่านหนังสือดีๆ เล่มอื่นๆ ต่อไปด้วยค่ะ